Day: January 25, 2021

บทความทางทหาร

EP.1 โดรนติดอาวุธพลิกโฉมเกมการสงคราม

โดรน (Drone)

ตอนที่ 1 โดรนติดอาวุธพลิกโฉมเกมการสงความ

บทนำ

ปัจจุบันอากาศยานไร้คนขับหรือ “โดรน” เข้ามามีบทบาทในการปฏิบัติการทางทหารมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ การค้นหาเป้าหมาย รวมทั้งภารกิจพิเศษอื่น ๆ ดังนั้น การทหารในยุคนี้ประเทศใดมีความเหนือชั้นทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มากกว่าย่อมได้เปรียบกว่า ยกตัวอย่างเช่น ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกาที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ “MQ-9 Reaper” เพียงแค่ 1 ลำ ในการปฏิบัติการลอบสังหาร นายพลกาเซ็ม โซไลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่าน เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2563 โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการโดยตรงต่อเป้าหมาย อันอาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสียด้านกำลังพลเหมือนเช่นในอดีต และล่าสุดในสงความช่วงชิงดินแดนระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน เมื่อเดือน ตุลาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา อาเซอร์ไบจานส่งฝูงบินโดรน “Bayraktar TB2” ขึ้นจากฐานบินภายในประเทศเข้าโจมตีกองกำลังอาร์เมเนียในพื้นที่พิพาทนาร์กอโน-คาราบักห์ ส่งผลให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และยุทโธปกรณ์หลักทางทหารของอาร์เมเนียถูกทำลายเป็นมากกว่า 660 เป้าหมาย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งอาร์เมเนียยังสูญเสียกำลังทหารและพลเรือนหลายชีวิต ส่งผลให้สงครามระหว่างสองประเทศที่ยืดเยื้อกันมาหลายทศวรรษยุติลง โดยมีอาเซอร์ไบจานเป็นผู้ชนะสงคราม ด้วยศักยภาพที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ทำให้แนวโน้มการใช้โดรนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการรวบรวมข่าวสาร การโจมตีต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศ จนถึงการใช้ประกอบกับระบบอาวุธในการปฏิบัติทางยุทธวิธีที่สามารถทดแทนการปฏิบัติการทางทหารในรูปแบบเดิมได้

วิวัฒนาการของโดรน

วิวัฒนาการของโดรนเปรียบเสมือนกับวิวัฒนาการของโทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต ที่เกิดจากงานอดิเรกธรรมดาสู่การเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก นวัตกรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้โดรนมีขนาดเล็กลง มีความปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้ง มีราคาที่ถูกลงทำให้ง่ายต่อการจัดหา หากเทียบกับช่วงต้นของการเปิดตัวอากาศยานไร้คนขับประเภทนี้ ในขณะที่ฟังก์ชันทางด้านควบคุมระบบการบินและการนำร่องต่าง ๆ ตลอดจนคุณภาพของกล้องตรวจการณ์ที่ใช้ในโดรนก็ยังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

อากาศยานไร้คนขับโดรน (Drone) หรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) เป็นอากาศยานที่ไม่มีนักบินประจำการอยู่บนอากาศยาน โดยสามารถควบคุมได้ 2 ลักษณะ คือ 1) การควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล โดยการควบคุมจากหอบังคับการบินที่มีนักบินประจำการอยู่บนภาคพื้นในระยะที่ไม่ไกลมาก หรือในระดับที่สายตามองเห็น (Line of Sight) และ 2) การควบคุมแบบอัตโนมัติโดยใช้ระบบการบินด้วยตนเองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้งไว้ในอากาศยาน

ในยุคแรก ๆ โดรนถูกใช้งานเพื่อภารกิจการลาดตระเวนหาข่าว และเนื่องจากโดรนมีจุดเด่นในเรื่องการลดเกณฑ์เสี่ยงในการสูญเสียนักบิน ประหยัดงบประมาณในการผลิต เป็นระบบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก มีขนาดเล็ก ทำการตรวจจับได้ยาก มีความคล่องตัวสูง ระยะเวลาบินไม่ขึ้นอยู่กับความเมื่อยล้าของนักบิน เพราะใช้นักบินภายนอก (External Pilot) ดังนั้น โดรนจึงได้ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น และใช้ในภารกิจหลากหลายมากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของโดรนตามลักษณะการใช้งานได้ 6 ประเภท ดังนี้

  1. ใช้เป็นเป้าหมายหรือเป้าล่อ ในการฝึกให้กับพลยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานหรือขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ
  2. ใช้เป็นอุปกรณ์สนับสนุนการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจสนามรบ เพื่อสนับสนุนการผลิตข่าวกรองการรบ
  3. ใช้ในภารกิจการโจมตี
  4. ใช้ในภารกิจการส่งกำลังบำรุง โดยยูเอวีที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับภารกิจการขนส่งหรือยกหิ้วสิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ
  5. ใช้ในการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สามารถสนองตอบความต้องการและนำไปใช้จริงได้
  6. ใช้ในทางพลเรือนและทางการตลาด

บทบาทของโดรนทางทางทหาร

โดรนถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกจากแนวคิดของบิดาแห่งไฟฟ้ากระแสสลับ Nikola Tesla ในปี ค.ศ.1915 และถูกสร้างเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1916 โดย Archibald Montgomery นักวิทยาศาสตร์และเป็นนักวิศวกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอากาศยานเพื่อใช้เป็นเป้าฝึกทางการทหาร ต่อมาหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นโดรนได้ถูกนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จากนั้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดรนยังถูกนำมาเป็นเป้าฝึกให้กับพลยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน โดยหลังจากหมดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 รัสเซียเริ่มมีการประยุกต์ใช้เครื่องยนต์ไอพ่นร่วมกับโดรน และสหรัฐอเมริกามีการพัฒนาโดรนให้มีขนาดเล็กลง จนนำไปสู่การใช้โดรนในภารกิจสอดแนมทางทหาร ที่มี่ชื่อว่า “พรีเดเตอร์” เป็นอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ ซึ่งมีกำลังเครื่องยนต์อยู่ที่ 101 แรงม้า เพดานบินสูงสุดอยู่ที่ 7,600 เมตร และสามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดรนถูกนำมาใช้ในการรบครั้งแรกเมื่อ ปี ค.ศ.2001 ในสงครามที่อัฟกานิสถาน ซึ่งถูกใช้ในภารกิจการสังหารกลุ่มผู้นำของอัลกออิดะฮ์ ต่อมาโดรนถูกใช้ในการรบในอีกหลายสมรภูมิความขัดแย้ง เช่น อิรัก ปากีสถาน โซมาเลีย และเยเมน โดยเฉพาะในปากีสถานที่มีการโจมตีทางอากาศนั้นมีการใช้โดรนในภารกิจสูงถึง 300 ครั้ง

ในช่วง 10 ปีแรกของการใช้โดรนในการปฏิบัติการทางทหารนั้นมีเพียงสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวที่มีกองทัพโดรนอยู่ในประจำการ แต่ในปัจจุบันมีมากถึงกว่า 70 ประเทศที่มีกองทัพโดรนอยู่ในประจำการ จากนักวิเคราะห์ข้อมูลทางการทหาร เผยว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันเท่านั้น ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีกองทัพโดรนอยู่ในประจำการราว 7,500 ลำ ทั้งโดรนขนาดเล็กสำหรับภารกิจการสอดแนมทางทหาร และขนาดใหญ่เทียบเท่าอากาศยานรบ สืบเนื่องจากการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้ กลุ่มประเทศในยุโรปมีการร่วมกันพัฒนาโดรนภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า “nEUROn” ซึ่งต้องการที่จะพัฒนาโดรนให้มีขนาดเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์แบบ F-16 โดยให้มีศักยภาพในการหลบเลี่ยงและยากต่อ
การตรวจจับ รวมทั้ง ยังมีการพัฒนาโดรนอีกหลายชนิด เช่น โดรนที่สามารถขึ้นลงในแนวดิ่งได้เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ หรือ นาโนโดรน ซึ่งมีน้ำหนักเบาเพียง 16 กรัม

กองทัพโดรนในสงครามยุคใหม่

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นครั้งแรกของโลกที่จะได้เห็นโดรนออกปฏิบัติการทางทหารด้วยการเป็น “นักล่าสังหาร” (Hunter Killer) ต่อบุคคลเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าโดรนกำลังเข้ามามีบทบาททางทหารมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

สหรัฐอเมริกา – เป็นประเทศอันดับต้นๆ ของสงครามโดรนจากปฏิบัติการลอบสังหาร พลตรี กาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ของอิหร่าน ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้ “โดรน” เพียงตัวเดียวโจมตีรถยนต์ที่ พลตรี กาเซ็ม โซเลมานี นั่งมาด้วย (ม.ค. 2563) ทั้งนี้ การโจมตีเพื่อสังหารผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านนั้นใช้โดรนสังหารรุ่น MQ-9 Reaper ที่ติดตั้งระบบกล้องถ่ายภาพความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรด มีเครื่องค้นหาระยะด้วยแสงเลเซอร์และอุปกรณ์กำหนดที่ตั้งเป้าหมายที่มีความแม่นยำสูง ประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา มีราคาเริ่มที่ 16.9 ล้านดอลลาร์ เคยถูกนำไปใช้ปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน อิรัก เยเมน และลิเบีย

ตุรกี – โดรน Bayraktar TB2 ถูกใช้งานในหลายสมรภูมิและประสบความสำเร็จมาก เช่น ในจังหวัดอิดลิบของซีเรีย ซึ่งตุรกีใช้โดรนสกัดกั้นการปฏิบัติการรุกของกองทัพรัฐบาลซีเรียได้สำเร็จ กดดันให้รัฐบาลซีเรียและผู้สนับสนุนต้องยอมรับข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มกบฏที่ตุรกีสนับสนุน ไม่สามารถยึดอิดลิบได้อย่างเด็ดขาด ต่อมาตุรกีได้ส่งโดรนไปสนับสนุนกองกำลังฝ่ายรัฐบาลปรองดองแห่งชาติลิเบียที่กรุงตริโปลี สกัดกั้นการปฏิบัติรุกของกองทัพแห่งชาติลิเบียของจอมพลฮาฟตาร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ (รอยเตอร์, มี.ค. 2563) เช่น อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัสเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ หน่วยงานเทคโนโลยีวิศวกรรมกลาโหมและการค้าของตุรกีกำลังจะก้าวสู่แถวหน้าของโลกในการสงครามยุคใหม่ด้วยการพัฒนากามิกาเซ่โดรน ชื่อว่า “คาร์กู (Kargu)” ที่แปลว่า เหยี่ยว (เป็นคำที่ใช้เรียกหอสังเกตการณ์) ที่มีน้ำหนักเบาประมาณ 7 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบ 4 ใบพัด ลักษณะไม่ต่างกับโดรนพลเรือนที่ใช้ถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ โดรนคาร์กูยังถูกออกแบบไว้ใช้เป็นระเบิดเคลื่อนที่ สามารถติดตั้งหัวรบได้สามรูปแบบ ได้แก่ 1) กระสุนระเบิดทวิประสงค์ (ที่มีการบรรจุสะเก็ดสังหาร) 2) กระสุนระเบิดแบบเจาะเกราะ (สำหรับทำลายเป้าหมายประเภทยานเกราะ) และ 3) กระสุนระเบิดเพลิงที่เหมาะสำหรับกำจัดเป้าหมายในอาคารหรือบังเกอร์

รัฐเซีย – เว็บไซต์เดอะ ซัน (ส.ค. 2563) รายงานว่า โดรนใต้น้ำ ติดหัวรบนิวเคลียร์ไร้คนขับของรัสเซียที่มีอำนาจทำลายล้งสูง ชื่อว่า “โพไซดอน (Poseidon)” ภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งโดรนชนิดนี้ มีขีดความสามารถในการแล่นใต้น้ำด้วยความเร็ว 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีพิสัยในการแล่นข้ามทวีป ในระยะทางได้ไกลถึง 10,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาด 100 เมกะตัน

อิสราเอล – เป็นอีกประเทศมหาอำนาจด้านอาวุธ UAV เช่นกัน เพราะได้คิดค้นอากาศยานไร้คนขับโดรน(UAV) ประจำการตั้งแต่ปี ค.ศ.1980  โดยใช้ระบบ Male UAV แบบ Heron ทำการบินครั้งแรกปีใน ค.ศ.1994 สำหรับภารกิจลาดตระเวนและเฝ้าตรวจสถานที่สำคัญ ตามรายงานการใช้โดรนของอิสราเอลนั้นเป็นสิ่งบอกเหตุว่ามีอิสราเอลมีโดรนประจำการอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นเหตุการณ์ฝูงบินโดรนสังหารกองทัพอิสราเอลโจมตีฐานที่ตั้งทางทหารของอิหร่านในดินแดนซีเรีย (ส.ค. 2563) นอกจากนี้ อิสราเอลได้พัฒนาระบบอาวุธต่อต้านอากาศยานและต่อต้านขีปนาวุธที่ใช้พลังงานเลเซอร์ ซึ่งคาดว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี ที่มีชื่อว่า “โดรนโดม” สำหรับการป้องกันภัยทางอากาศในระยะใกล้

อิหร่าน – กองทัพอิหร่านมีขีดความสามารถมากที่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง ซึ่งใช้งบประมาณด้านการทหารเมื่อปี พ.ศ. 2562 ประมาณ 17,428 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.8% ของ GDP) นอกจากนี้ องค์การอุตสาหกรรมการบินของอิหร่าน (Iran Aviation Industries Organization) อ้างเมื่อ ธ.ค. 2561 ว่า ศักยภาพการผลิต UAV ของอิหร่านอยู่ในอันดับ 5 ของโลก โดยอิหร่านได้ออกแบบและพัฒนาอากาศยานไร้นักบินขึ้นในปี ค.ศ. 2009 ใช้ชื่อรุ่นว่า “Karrar” และหลังจากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมา โดยรุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ The Shahed 129 ออกแบบและผลิตโดยแผนกการบินและอวกาศของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corps: IRGC) เพื่อใช้ในภารกิจลาดตระเวนและโจมตีประเทศซีเรีย

ข้อดีของโดรน

  • เล็ก เงียบ ยากต่อการตรวจการณ์ – เป็นเหมือนอากาศยานรบจู่โจม เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า อาทิ MQ-9 Reaper ใช้เครื่องยนต์ใบพัดขนาด 900 แรงม้า ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจการณ์และสามารถทำการการบินในเพดานบินระดับต่ำ ส่งผลให้ยากต่อการถูกตรวจจับจากเรดาร์หรือระบบแจ้งเตือนภัยทางอากาศ
  • ไม่เสียกำลังพล ใช้การควบคุมจากระยะไกล– ควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรลในระยะปฏิบัติการ โดยทีมควบคุม 3 ตำแหน่ง คือ นักบิน (Pilot), เจ้าหน้าที่คุมเซนเซอร์ชี้เป้า (Sensor Operator) และเจ้าหน้าที่ประสานงาน (Mission Intelligence Coordinator) แต่ใช้คนนั่งบังคับควบคุม
    2 คน คือ นักบิน และเจ้าหน้าที่ชี้เป้า ดังนั้น จึงเป็นการลดอัตราการสูญเสียกำลังทหารในการปฏิบัติการอีกด้วย
  • ออกแบบมาให้ติดตั้งอาวุธได้เพื่อล่าและทำลาย – สามารถติดตั้งอาวุธหลายรูปแบบ เช่น มิสไซล์โจมตีอากาศสู่พื้น AGM-114 Hellfire, ระเบิดนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์ GBU-12 Paveway II, ระเบิดนำวิถี Joint Direct Attack Munition (JDAM), มิสไซล์โจมตีอากาศสู่พื้นแบบ Brimstone, จรวดต่อสู้แบบอากาศสู่อากาศ AIM-9 Sidewinder และแบบ AIM-92 Stinger นอกจากนี้ ยังมีระบบกล้องถ่ายภาพความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรด มีเครื่องค้นหาระยะด้วยแสงเลเซอร์และอุปกรณ์กำหนดที่ตั้งเป้าหมายโจมตีด้วยความแม่นยำสูง เพื่อจู่โจมและทำลายโดยเฉพาะ
  • ใช้ในภารกิจสอดแนมทางทหารได้ – เหมาะสำหรับประยุกต์ใช้ในการตรวจลาดตระเวนและสอดแนมโดยมีกล้องความคมชัดสูงติดไว้ด้านหน้า รวมถึง ติดตั้งเทคโนโลยีกล้องจับความร้อน (Thermographic camera) ดังนั้น เป้าหมายที่เป็นสิ่งมีชีวิตจึงไม่สามารถซ่อนพรางได้ในที่โล่งแจ้งแม้จะเป็นเวลากลางคืน
  • ขีดความสามารถด้านการบิน – สามารถบินได้ด้วยความเร็ว เมื่อบินได้เร็วก็สามารถดำเนินการต่อเป้าหมายได้เร็วขึ้น และระยะเวลาบินที่นานก็จะสามารถรองรับภารกิจได้หลากหลายมากขึ้น

บทส่งท้าย

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันซึ่งมีการแข่งขันสูงทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมีขนาดเล็กลงแต่ยังคงมีประสิทธิภาพ ทั้งเซ็นเซอร์วัดทิศทาง ชิปจีพีเอส เครื่องวัดสนามแม่เหล็กเป็นต้น ทำให้การพัฒนาโดรนนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น ออกแบบและใช้งานได้หลากหลาย นอกจากจะใช้โดรนในการสงครามแล้วยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในอีกหลายๆ สาขา อาทิ มหาวิทยาลัยยูทาห์-สเตทในสหรัฐอเมริกาได้สร้างโดรนในชื่อแอ็กกีแอร์ (AggieAir) ใช้สำรวจพื้นที่ชุ่มน้ำ วัดอัตราการเติบโตของต้นไม้ ทำแผนที่การกระจายพันธุ์ของพืช เก็บข้อมูลสันดอนทรายกลางแม่น้ำ เก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับระดับความชื้นในดิน เป็นต้น มีการใช้โดรนในการเก็บข้อมูลและสำรวจสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ สำรวจแม่น้ำและมหาสมุทรด้วย ใช้ในการสำรวจท่อส่งก๊าซ ค้นหาบุคคลสูญหาย และในอังกฤษยังใช้โดรนในการตรวจสอบสภาพการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนด้วย อีกทั้ง มหาวิทยาลัยโคโลราโดยังมีการพัฒนาโดรนในชื่อโกเจตต์ (GoJett) ที่บินด้วยความเร็วเกิน 1,225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อใช้สำหรับเก็บข้อมูลใจกลางพายุเฮอร์ริเคน ยังมีการพัฒนา LifeDrone ที่ไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการหย่อนเสื้อชูชีพให้ผู้ประสบภัยตามชายฝั่งขณะมีพายุ และยังมี RoboBee ซึ่งมีขนาดเล็กสามารถนำไปใช้ผสมเกสรดอกไม้เหมือนผึ้ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและตรวจการจราจรบนท้องถนน รวมถึงพัฒนาให้ RoboBee สามารถทำงานร่วมกันเป็นฝูงได้อีกด้วย

สำหรับประเทศไทย มีการใช้โดรน ในการลาดตระเวน สนับสนุนข้อมูลทางอากาศ และสนับสนุนด้านการบรรเทาสาธารณภัย เช่น การค้นหาผู้ประสบภัย โดยการปฏิบัติภารกิจภายใต้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศในการใช้โดรนในภูมิภาค หรือข้อกฎหมายใด ๆ เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้งาน ดังนั้น แม้ว่าโดรนจะเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ความท้าทายสำคัญ คือ การออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้โดรนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นขนาดของตัวเครื่อง การบังคับการบิน ใบอนุญาตนักบิน และการประกันความปลอดภัย เป็นต้น

อ้างอิง

  • การทูตและการทหาร Military & Diplomacy. สงครามจำกัดขอบเขตมีส่วนช่วยให้การใช้งานโดรนของตุรกีประสบความสำเร็จ (Online). https://militaryanddiplomacy.com/ สำรวจเมื่อ 7 มกราคม 2564.
  • กองศึกษาวิจัยทางยุทธศาสตร์และความมั่นคงฯ. 2556. เทคโนโลยีโดรน : บทบาทจริยธรรมในการนำมาใช้ (Online). https://www.sscthailand.org/ สำรวจเมื่อ 5 มกราคม 2564.
  • อาลี เครน. 2561. ธุรกิจเกิดใหม่สู่การเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่: วิวัฒนาการของโดรนดีเจไอ (DJI) (Online). http://learn.gistda.or.th/ 2018/06/17/วิวัฒนาการของโดรน/ สำรวจเมื่อ 6 มกราคม 2564.
  • General Atomics Aeronautical Systems, Inc. (GA-ASI). MQ-9A “Reaper” (Online). https://www.ga-asi.com/remotely-piloted-aircraft/mq-9a สำรวจเมื่อ 6 มกราคม 2564.
  • 2563. Rotary Wing Attack Drone Loitering Munition System (Online). https://www.stm.com.tr/en/kargu-autonomous-tactical-multi-rotor-attack-uav สำรวจเมื่อ 7 มกราคม 2564.
  • Nisachon S. โดรนสังหารของสหรัฐฯ อาวุธทางเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมเกมการสงคราม (Online). https://www.dailygizmo.tv/ 2020/03/03/killing-drone-mq-9-reaper/ สำรวจเมื่อ 5 มกราคม 2564.
  • Robert Wood. RoboBees: Autonomous Flying Microrobots (Online). https://wyss.harvard.edu/ technology/robobees-autonomous-flying-microrobots/ สำรวจเมื่อ 7 มกราคม 2564.
  • Russ Read. World’s most feared drone: CIA’s MQ-9 Reaper killed Soleimani (Online). https://www.washingtonexaminer.com/policy/defense-national-security/ สำรวจเมื่อ 7 มกราคม 2564.

จัดทำโดย

ศูนย์ประสานงานสารนิเทศ ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพบก (ศปสท. ศปก. ทบ.)

Contact Us

กองบัญชาการกองทัพบกถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

Tel: 0-2241-0404 Fax: 0-2280-2363

notice@rta.mi.th


11861718316439118617183164391186171831643911861718316439118617183164391186171831643911861718316439

Where are we?

Maps

Total Visitors

1018247