Day: July 21, 2021

Hot-News

ARMY BE WITH YOU ทหารมีไว้ทำไม ทหารไปไหน ทหารทำอะไรอยู่

รพ.สนาม, รพ.ค่ายทหาร 37 แห่งทั่วประเทศ,
ฌาปนสถาน ทบ

 

ดูแผนที่ด้วย Google Map -> https://bit.ly/3zbcaLw

นอกเหนือจากนี้ ประชาชนสามารถประสานขอความช่วยเหลือผ่านหน่วยทหารใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือ ที่ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด ทบ.
CALL CENTER: 02-270-5685-9 ตลอด 24 ชม.

#SMARTSoldiersStrongARMY
#ทหารมีไว้ทําไม
https://www.facebook.com/328146857869427/posts/790410734976368/

 1,006 total views

HOT-NEWS

วิศวะมหิดล ผนึกพลัง 5 องค์กร สร้าง Thailand Health Data Space 5G ระบบสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะ

โลกวิถีใหม่ที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติ โรคภัยและโรคอุบัติใหม่ ทำให้ประชาคมโลกและหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลสุขภาพระดับชาติซึ่งถือเป็นความมั่นคงของประเทศ ทั้งในยามปกติสุขและภาวะไวรัสโควิด-19แพร่ระบาด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกความร่วมมือ กับ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด โดยได้รับการส่งเสริมภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

 

ดีเดย์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะประเทศไทย 5G  หรือ Thailand Health Data Space เพื่อใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกเครืองระบบสุขภาพในทุกมิติ ตั้งแต่การส่งข้อมูลข้าม รพ.  การวินิจฉัย บำบัดรักษา ติดตามฟื้นฟู ทำให้แพทย์สามารถบำบัดรักษาในภาวะฉุกเฉิน ช่วยชีวิตคนไข้ได้ทันเวลา คนไข้ได้รับบริการสุขภาพที่ดีในทุกจังหวัดของประเทศ ลดภาระความแออัดของรพ. และความเสี่ยงของบุคคลากรแพทย์ พร้อมไปกับส่งเสริมป้องกันสุขภาพคนไทย

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะประเทศไทย 5G (Thailand Health Data Space 5G) เป็นการพัฒนาโครงสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพ Big Data ของประเทศอย่างครบวงจรเป็นครั้งแรกของไทย  ส่วนประกอบมี 3 ส่วน คือ 1. Big Data Infrastructure แพลตฟอร์มข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลการแพทย์-สุขภาพที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ทำอย่างไรให้เชื่อมโยงกัน 2. ระบบข้อมูลของเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งภายใน รพ. และระหว่าง รพ. หน่วยบริการสาธารณสุขต่าง ๆ ในพื้นที่ให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยที่มาจาก รพ. อื่นได้อย่างรวดเร็ว โดยคนไข้จะกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของตนได้  3. แอปพลิเคชัน ซึ่งจะรวบรวมเครือข่ายแอปพลิเคชันบริการด้านสุขภาพของไทย สตาร์ทอัปต่าง ๆ การให้คำปรึกษา บริการสุขภาพทางไกล (Telemedicine) ระหว่างแพทย์และคนไข้  โครงการฯ นี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาในระยะที่ 1 จากสำนักงาน กสทช. โดยมีแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เพื่อนำไปสู่ผลสำเร็จ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Big Data สารสนเทศการแพทย์ และตัวอย่างทดสอบ THDS Sandbox ในโรงพยาบาลเป้าหมาย ซึ่งจะเสร็จในช่วงกลางปี 2565
  • ระยะที่ 2 การพัฒนาให้ระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพกับเครือข่ายโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ระยะที่ 3 การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพกับบริการและเฮลท์เทคจากภาคีพันธมิตรที่ผู้ป่วยอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลได้

โดยมี ดร.เคอิตา โอโน่ เป็นหัวหน้าโครงการฯ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ได้จัดเวิร์คช็อปลงพื้นที่ เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแพทย์และบุคลากรสุขภาพให้เข้าใจถึงกระบวนการของงานการแพทย์ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนของแต่ละกลุ่มโรคและการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้การวางแผนและดำเนินโครงการนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้ข้อมูลในทุกระดับอย่างแท้จริง การผนึกความร่วมมือทั้ง 5 องค์กรครั้งนี้ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เสริมความเข้มแข็งและยั่งยืนของสาธารณสุขไทย ส่งเสริมอุตสาหกรรมเฮลท์เทคและ Wellness-Medical Hub ตอบรับสังคมและเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

นายแพทย์อนันต์ กนกศิลป์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการ Thailand Health Data Space 5G นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศไทย กล่าวคือ ประโยชน์ด้านสังคม เสริมสร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพและเข้มแข็งยั่งยืน โดยทำให้ทุกภาคส่วนในระบบสุขภาพของไทยเชื่อมโยงข้อมูลกัน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความอุ่นใจไว้วางใจ ประโยชน์ด้านการแพทย์/สาธารณสุข นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้แพทย์ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง การไหลเวียนของข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อบุคคลากรและหน่วยงานการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง  ส่งเสริมการพัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะ ด้านผู้ป่วย ได้รับประโยชน์จากบริการรักษาพยาบาลที่รวดเร็ว มีคุณภาพ ความปลอดภัยแม้ในยามฉุกเฉิน สามารถเก็บประวัติสุขภาพและนำมาใช้ประโยชน์ต่อการรักษาสุขภาพของตนและครอบครัวได้

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ โดยมี รศ.ดร.สุชาติ แย้มแม่น คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ศ.นพ. ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทพัฒนาในส่วนที่ 3 ของโครงการ คือ แอปพลิเคชัน “หมอรู้จักคุณ (Med Care)” ซึ่งเป็นบริการทางการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง 5G จะเปิดให้บริการกับคนไทยทุกคนผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่าจะอนุญาตให้รพ.ใดส่งข้อมูลตนเองเข้าสู่ระบบได้บ้าง และสามารถแจ้งยกเลิกการอนุญาตได้ด้วย แอปพลิเคชัน “หมอรู้จักคุณ” ประกอบด้วย 4 บริการ คือ

  1. แอปพลิเคชัน-แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ระยะไกล ผ่านสมาร์ทโฟน ช่วยให้แพทย์ทำงานได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ลดภาระของโรงพยาบาล
  2. แอปพลิเคชัน-ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนตัวและแหล่งบริการทางการแพทย์
  3. แอปพลิเคชัน-คลินิกหมอครอบครัว บันทึกข้อมูลทางการแพทย์สำหรับเครือข่ายเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และทีมแพทย์หมอครอบครัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค  ใช้ในการติดต่อผู้ป่วย ลงข้อมูลผู้ป่วยเข้าระบบง่ายขึ้น ไม่ต้องลงข้อมูลซ้ำซ้อน
  4. แอปพลิเคชันหมอรู้จักคุณ- อสม. สำหรับการทำงานด้านเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค การฟื้นฟูสุขภาพ การติดตามคุ้มครองผู้บริโภค

คุณธนพล กองบุญมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีนั้นจะเป็นหัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนให้ระบบสาธารณสุขไทยที่เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงบริการสุขภาพและการแพทย์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการรักษา และการยกระดับระบบสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะประเทศไทย (Thailand Health Data Space 5G) ในครั้งนี้เกืดขึ้นจากพลังความร่วมมืออันดีจะทำให้ทุกภาคส่วนในระบบสุขภาพและสาธารณสุขของไทย และข้อมูลสุขภาพได้รับการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่านการเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ภายใต้มาตรฐานระดับโลกที่นานาประเทศยอมรับ อาทิ มาตรฐาน European Health Data Space ตลอดจนลักษณะการเก็บและการจัดการข้อมูลใน มาตรฐาน HL7 ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศยอมรับและนำไปใช้ เนื่องจากข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลละเอียดอ่อน แพลตฟอร์ม THDS จึงต้องมีระบบความปลอดภัยของข้อมูล ผ่านการเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัยและถูกต้อง

 

 

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบสารสนเทศการแพทย์อัจฉริยะประเทศไทยนั้นจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยง “เทคโนโลยี” (Technology) และ “บริการเชิงสังคม”(Social Services) ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกผ่าน 1.ข้อมูลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ 2.การใช้ประโยชน์ของข้อมูลและการประยุกตุ์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ 3.ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) 4. การยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาสุขภาพ (Health Quality) 5.ความมั่นคงทางสังคม (Social Security) 6.ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ (Trusted Provider) 7. ความสะดวกสบายในการใช้บริการ (Comfortability) สุดท้ายคือ 8. ความโปร่งใส (Transparency)

 225 total views

HOT-NEWS

ไฟเขียว! จัดซื้อชุดตรวจโควิด ATK แจกจ่าย ปชช.

ไฟเขียว! จัดซื้อชุดตรวจโควิด ATK แจกจ่าย ปชช.
.
บอร์ด สปสช. เตรียมจัดซื้อชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) กว่า 8.5 ล้านชุด วงเงินเบื้องต้น 1,014 ล้านบาทเพื่อให้หน่วยบริการที่มีหน้าที่รับผิดชอบนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคน
.
โดยแผนจัดซื้อ ATK ดำเนินการภายใต้โครงการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ปี 2564 คาดว่าจะนำแจกจ่ายให้ประชาชนทั้งคนไทย รวมทั้งแรงงานต่างด้าว ในช่วงเดือน ส.ค. – ก.ย. 2564
.
สำหรับจำนวนชุดตรวจโควิด ATK 8.5 ล้านชิ้นนั้น เป็นการประเมินจากจำนวนผู้ติดเชื้อ ณ เวลาปัจจุบัน จนถึงเดือน ก.ย. 2564

#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "ไทยลู่ฟ้า ยคู่ฟ้า เตรียมแจก ATK 8.5 ล้านชุด ให้ ประชาชน เดือน ส.ค.-ก.ย. นี้ ส.ค. LINE f ไทยคู่ฟ้า ข้อมูล ณ วันที่ 0 ก.ค. 64 THAIGOV.GO.TH"

 198 total views

HOT-NEWS

ชี้ ผลศึกษา “ซิโนแวค” 4 แหล่ง ประสิทธิผลดี

ชี้ ผลศึกษา “ซิโนแวค” 4 แหล่ง ประสิทธิผลดี
.
กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยรายงานการศึกษาประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวค จากสถานการณ์จริงที่ได้นำมาฉีดให้กับคนไทยใน 4 แหล่ง มีดังนี้
.
1. จ.ภูเก็ต ได้ติดตามกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ช่วงเดือนเม.ย. – พ.ค. 2564 จำนวนกว่า 1,500 ราย พบการติดเชื้อ เพียง 124 ราย หากเทียบกันระหว่างผู้รับวัคซีนและไม่ได้รับวัคซีน พบว่าประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.7%
.
2. จ.สมุทรสาคร ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กว่า 500 ราย ช่วงเดือนเม.ย. 2564 พบติดเชื้อ 116 ราย ประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.5%
.
3. จ.เชียงราย ได้ศึกษากรณีการติดเชื้อในบุคลากรสาธารณสุข ช่วงเดือนมิ.ย. 2564 กว่า 500 ราย พบการติดเชื้อ 40 ราย
.
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความรุนแรงเรื่องปอดอักเสบ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า ประสิทธิผลของซิโนแวค 2 เข็มป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 88.8% และป้องกันปอดอักเสบอยู่ที่ 84.9%
.
สำหรับ บุคลากรที่ได้รับแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มครบ 14 วัน ป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 83.8%
.
4. กรมควบคุมโรค ได้ใช้ฐานข้อมูลติดตามบุคลากรสาธารณสุขที่ติดเชื้อทั้งประเทศ และข้อมูลการรับวัคซีน ตั้งแต่ 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2564 พบว่า ประสิทธิผลอยู่ที่ 71%
.
โดยช่วงเดือนพ.ค. 2564 ที่พบการระบาดเป็นสายพันธุ์อัลฟา ประสิทธิผลอยู่ที่ 75% และช่วงเดือนมิ.ย. 2564 ที่เริ่มมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตาแทนที่อัลฟาประสิทธิผลอยู่ที่ประมาณ 20 – 40%
.
ดังนั้น หากฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม สามารถป้องกันติดเชื้อ จากสายพันธุ์อัลฟาได้ประมาณร้อยละ 90 และป้องกันปอดอักเสบได้ร้อยละ 85 ส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลตาขณะนี้ ถือว่ายังคงที่คือร้อยละ 75 ซึ่งไม่ต่างจากเดิมที่ร้อยละ 71
.
สำหรับการฉีดเข็มกระตุ้น และการฉีดสลับประเภทของวัคซีนนั้น จากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ พบว่าจะสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ได้สูงกว่าเดิมได้รวดเร็วและสูงมากขึ้น

#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "ไทยลูฟ้า ทดสอบชิโนแวค กับคนไทย 2 เข็ม สามารถป้องกันติดสายพันธุ์ อัลฟา 90% เดลต้า 75% ผลการทดสอบโดย สธ.) f ไทยคู่ฟ้า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 64 THAIGO THAIGOV.GO.TH"

 190 total views

HOT-NEWS

กักตัว 14 วันอย่างไรให้ปลอดภัยกับคนในบ้าน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

 

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน

 

 

(1) แยกห้องและของใช้

(2) ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย อยู่ห่างกัน

(3) ทำความสะอาด เสื้อผ้าชุดนอนผ้าเช็ดตัว ของที่สัมผัสบ่อย ห้องสุขา สุขภัณฑ์พื้นบ้าน

(4) แยกขยะ 2 ประเภท ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ใส่ถุงขยะ 2 ชั้น

(5) ไม่รับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว หากให้ผู้อื่นจัดอาหารให้ กำหนดจุดรับเพื่อป้องกันการสัมผัส

(6) แยกใช้ห้องสุขา หากแยกไม่ได้ต้องทำความด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันที ปิดฝาชักโครกทุกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค

 

 174 total views

HOT-NEWS

กินข้าวร่วมกัน จุดเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อโควิด19

#กินข้าวร่วมกัน จุดเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อโควิด19
#ไม่ประมาทการ์ดอย่าตก
cr : กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค

อาจเป็นการ์ตูนรูป ข้อความ

 176 total views

HOT-NEWS

เพิ่ม 3 จว. มาตรการเยียวยาลูกจ้างและกิจการในพื้นที่สีแดงเข้ม

เพิ่ม 3 จว. มาตรการเยียวยาลูกจ้างและกิจการในพื้นที่สีแดงเข้ม
.
ขยายมาตรการช่วยเหลือแล้วนะครับ สำหรับผู้ประกอบการและลูกจ้างในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ที่ได้รับผลกระทบจากการยกระดับมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ล่าสุด ที่ได้ขยายพื้นที่ฯ จาก 10 จว. เป็น 13 จว. โดยเพิ่ม จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และอยุธยา
.
โดยยังคงกลุ่มลูกจ้างและผู้ประกอบการใน 9 กลุ่มกิจการ รวมทั้งอัตราการจ่ายเงิน เป็นเวลา 1 เดือนเช่นเดิม ประกอบด้วย
.
1.ลูกจ้าง :
• ม.33 รับเงิน 50% ของรายได้ (สูงสุด 7,500 บ.) + รัฐสมทบ 2,500 บาท รวมเป็น 10,000 บ./คน
• ม.39, 40 รับเงิน 5,000 บ./คน
• อาชีพอิสระ (Freelance) ขึ้นทะเบียน ม.40 ภายใน ก.ค. 64 เพื่อรับเงิน 5,000 บ./คน
.
2.นายจ้าง :
• กรณี ม.33 รับเงิน 3,000 บาท/ลูกจ้าง 1 คน สูงสุด 200 คน
• หากไม่ได้เข้าประกันสังคม หรืออยู่ในระบบถุงเงิน ให้ขึ้นทะเบียน ม.33 ภายใน ก.ค. 64 เพื่อรับเงิน 3,000 บาท/ลูกจ้าง 1 คน สูงสุด 200 คน
.
3.ผู้ประกอบการที่ไม่มีลูกจ้างและไม่ได้เข้าประกันสังคม หรืออยู่ในระบบถุงเงิน :
• ขึ้นทะเบียน ม.40 ภายใน ก.ค. 64 เพื่อรับเงิน 5,000 บ.
——————-
👍Facebook/Twitter : ไทยคู่ฟ้า
👍YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
👍LINE/TikTok : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "ไกยสู่ฟ่า เพิ่ม 3 จัง จังหวัด มาตรการเยียวยาลูกจ้างและกิจการ พื้นที่สีแดงเข้ม ฉะเซิงเทรา ชลบุรี อยุรยา f ไทยคู่ฟ้า ข้อมูล วันที่ 20 ก.ค. 64 THAIGOV.GO.TH"
อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

 240 total views

Contact Us

กองบัญชาการกองทัพบกถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

Tel: 0-2241-0404 Fax: 0-2280-2363

notice@rta.mi.th


11861718316439118617183164391186171831643911861718316439118617183164391186171831643911861718316439

Where are we?

Maps

Total Visitors

1085234