Category: น้ำหมึกลายพราง

Hot-News, น้ำหมึกลายพราง

จากทหารพราน สู่สุดยอดหัวหมู่ทะลวงฟันทหารราบ ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่อชาติและราชบัลลังก์

 

จากทหารพราน สู่สุดยอดหัวหมู่ทะลวงฟันทหารราบ

ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่อชาติและราชบัลลังก์

โดย ธรรม์  สัจจาธรณ์

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4

 

“ผมมี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นบุคคลต้นแบบ เพราะท่านทุ่มเทเสียสละทั้งชีวิตและจิตใจ
เพื่อความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์และความผาสุกของประชาชนครับ”

“หมู่หนิง” หรือ สิบเอก กรกช ด้วงแก้ว หัวหน้าชุดยิง สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15 ชีวิตพลิกผันจากนักเรียนเทคนิคที่สรวลเสเฮฮาไปวัน ๆ ไปสู่การเป็นทหารกล้า อาจเป็นด้วยพรหมลิขิตที่ขีดเขียนให้ต้องอุทิศตนเพื่อประเทศชาติก็เป็นได้ สมัยหนึ่งเมืองครั้งยังเป็นเด็กช่าง ขณะที่กรกชเปิดคอมคอมพิวเตอร์ที่บ้านเพื่อทำงานส่งอาจารย์ ก็เปิดฟังเพลงในยูทูปไปด้วยตามปกติที่เคยทำ แต่วันนั้นกลับไม่ปกติเหมือนวันก่อน ๆ เพราะเผอิญว่าวันนั้นยูทูปสุ่มเล่นเพลงความฝันอันสูงสุดซึ่งขับร้องโดยคุณสันติ ลุนเผ่ขึ้นมา ดั่งต้องมนต์สะกดให้กรกชต้องยกนิ้วขึ้นมาจากแป้นพิมพ์ นั่งฟังเพลงนั้น ดุจคนที่ตกในภวังค์ ก็ด้วยท่วงทำนองที่กระแทกกระทั้นในอารมณ์ ส่งให้จิตใต้สำนึกตื่น เนื้อตัวเย็นเยียบแต่ในใจกลับรุ่มร้อนไม่เป็นสมประดี เพราะมีแต่คำพูดประโยคเดียวที่ร่ำร้อง คือ “ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินๆๆๆๆ” ดั่งต้นหญ้าที่โหยหาหยาดน้ำค้างในยามราตรีก็ไม่ปาน หลังจากวันนั้น ชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่งเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกเช้าตื่นขึ้นมา ก็จะไปยืนหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยกมือพนมแล้วพูดกับตัวเองว่า “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะขอใช้ทั้งชีวิตทดแทนบุญคุณแผ่นดินไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้จงได้”

หลังจากเรียบจบในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 เปิดรับสมัครอาสาสมัครทหารพรานในปีพุทธศักราช 2554 กรกชไม่รอช้า รีบโหลดใบสมัครแล้วส่งเอกสาร และผ่านกระบวนการทดสอบคัดตัว เป็นอาสาสมัครทหารพรานสมดั่งใจปรารถนา ซึ่งเป็นก้าวแรกของการ ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ด้วยการเป็นพลเรือนกึ่งทหารรับใช้ชาติ ชีวิตทหารพรานก็ผ่านสมรภูมิเดือดปะทะกับผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้รับคำชื่นชมว่าเป็นทหารที่มีวินัย ซึ่งนั่นเป็นขวัญกำลังใจของพลเรือนที่สมัครมาเป็นทหารพรานรับใช้ชาติ เป็นจุดเริ่มต้นของความรักในอาชีพทหาร

ปีพุทธศักราช 2556 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต กรกชต้องไปเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/2556 สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15 ไปปฏิบัติราชการสนามที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 1 ปี และผลักดันตัวเองสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกรุ่น 38/57 ได้สำเร็จ หลังจากจบการศึกษาที่โรงเรียนนายสิบศูนย์การทหารราบ 1 ปี ก็กลับมารับราชการที่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15 ในตำแหน่ง หัวหน้าชุดยิง สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่15 และพยายามส่งตัวเองไปเรียนหลักสูตรทางการทหารมากมาย เป็นทหารที่นำความภาคภูมิใจมาสู่หน่วย

 

“ทุกคนรอบกายของผม เป็นทั้งเพื่อนและพี่น้องร่วมชาติ ที่สำคัญเป็นเสมือนครูที่ทำให้ผมเรียนรู้ชีวิต
ทุกคนเป็นดั่งผู้มีพระคุณของผม ผมจะไม่มีวันทำร้ายจิตใจเขาเด็ดขาด เว้นแต่เขามุ่งร้ายทำลายชาติ
ผมยินดีจะเป็นปฏิปักษ์กับคน ๆ นั้น ทั้งตัวและหัวใจครับ”

ด้วยความเป็นทหารที่ใช้ชีวิตร่วมกิน ร่วมนอน ร่วมใช้ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อยู่ในราชการสนามมาตลอด ทำให้กรกช เข้าใจถึงความกลมเกลียวและความสามัคคีในคณะทหารเป็นอย่างดี เขาจึงเป็นคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน โอบอ้อมอารี อุปนิสัยไม่เป็นคนหยาบกระด้าง ถนอมน้ำใจคนรอบข้างอยู่เสมอ ขันอาสาเข้าไปช่วยเหลืองานของหน่วยและบุคคลรอบข้างเป็นนิจ และด้วยความที่เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา บุคลิกงามสง่าประหนึ่งชาติอาชากลางสมรภูมิ จึงเป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา เพื่อนทหาร ผู้ใต้บังคับบัญชา และลูกศิษย์ ตลอดถึงคนที่ประสบพบเจอ เรียกได้ว่า เป็นแบบฉบับของทหารหนุ่มที่มีความ “อ่อนนอกแข็งใน” สมควรแก่การเอาเป็นแบบอย่างของกำลังพลที่ดี คู่ควรแล้วกับรางวัลอันทรงเกียรติ “กำลังพลดีเด่นของ กองพลทหารราบที่ 5 ประจำปี 2564 และ รางวัลทหารราบดีเด่น ประจำปี 2564” ขอให้รักษาปณิธานแห่งทหารกล้าที่จะตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน สนองงานเบื้องพระยุคลบาทในฐานะข้าราชการที่ดี และพร้อมจะปกป้องช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อมีโอกาส ให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล หน่วยงาน และประเทศชาติสืบไป

 1,187 total views

น้ำหมึกลายพราง

จดหมายพลทหารราบผู้หนึ่ง

จดหมายพลทหารราบผู้หนึ่ง

ประเสริฐ นักรบ เรียบเรือง

ร. พัน  ร้อย  บางซื้อ พระนคร.

วันทิ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘

กราบเท้า แม่ ที่เคารพและนับถือของลูก

แม่คงจะแปลกใจมากทีเตียวว่า ตั้งแต่ถูกเข้ามาเป็นทหารได้ ๓ เคือนแล้วจดหมายข่าวคราวของลูกไม่ได้มีมาถึงแม่เลย พึ่งจะมาได้รับฉบับนี้เป็นฉบับแรก แม่จ๋าแม่อย่าพึ่งด่วนตำหนิ โทษลูกก่อนว่าลูกไม่คิดถึงแม่ไม่คิดถึงญาติพี่น้องทางบ้าน ลูกคิดถึงพระคุณของแม่อยู่เสมอ ไม่ใช่ความผิดของลูกกสักนิดเลย แถะก็ไม่ใช่ความผิดของผู้อื่นด้วยงานในหน้าที่ลูกผู้ชายของลูกมัดตัวไม่ให้มีเวลาส่งข่าวคราวถึงแม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของชายณกรรจ์ผู้รักชาติทั้งหลายจะต้องทำ ดลอดเวลา ๓ เดือนเต็มที่ลูกเข้ามาเป็นทหารใหม่ ลูกยังใหม่ต่อระเบียบแบบแผนขนบธรรมเนียมของทหารอยู่มากนักลูกต้องรับการหัดการสอนอย่างเข้มแข็ง แม้จะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เราเป็นลูกผู้ชายที่จะเป็นผู้ผดุงชาติให้มีกำลังเข้มแข็ง ให้เจริญก้าวหน้าเท่าเทียมชาติอื่น ความเหน็ดเหนื่อยกรากกรำหาได้ทำให้ลูกย่อท้อไม่ คงไฝ่ใจขะมักเขม้นหัดและอบรมตน อย่างเต็มที่ เวลาว่างที่จะเขียนช่าวคราวแจังมาให้แม่ผู้มีพระคุณทราบจึงอยู่ข้างจะหายาก ต่อเมื่อเสร็จสิ้นภาค ๑ แล้ว ลูกจึงมีเวลาว่างพอที่จะเขียนจดหมายมากราบเท้าแม่ได้

 

—2—

หนังสือพิมพ์ทหารบก

         นับแต่ได้เสร็จสิ้นนการสาบานธงแล้ว ลูกใด้ ชื่อว่าเป็นทหารอันแท้จริง และมั่นใจ อยู่เสมอว่า ตนเองจะสามารถบ้องกันชาติ ศาสนา, พระมหากษัตริย์, รัฐธรรมนูญ ของ บ้านเกิดเมือง มารดร ของแม่ได้เป็นอย่างดีที่เดียว แทบจะพูดได้ว่าบัดนี้ตลอดกาย และใจ ของ ถูกนั้น เป็นทหารไปหมด พร้อมที่จะสละชีพ และโลหิด หยาดสุดท้าย เพื่อชาติไต้เสมอ น่าขอบคุณผู้บังคับบัญชา ของลูกทุกคน ที่ พยายามอบรมสั่งสอนถูก และ ผลที่ได้คือลูกสามารถเปลี่ยนกายและใจได้ราวกับเป็นคนละคน เปลี่ยนจากผู้ที่โง่เง่ามิใด้มีความรู้ กลับ กลายเป็นผู้มีความรู้ ต่อไปนี้ขอให้แม่ทราบเถิดว่า คำพูดของลูกทุกคำที่พูดมาในจดหมายฉบับนี่เป็นคำพูดของลูกที่แสนรักแม่ – ของลูก ผู้ชายชาติไทยใจทหาร

ยังจำใต้ติดหูติดตาอยู่เสมอว่า วันที่ถูกจากแม่มานั้น แม่อุสส่าห์ให้ศีลให้พรลูก ให้มารับราชการทหารอยู่ด้วยความ สวัสดิ์ แม่ใด้มาส่งลูกถึงสถานี น้ำตา แม่ไหลนองอยู่เพราะความสงสารเป็นห่วงลูกรู้จากไปอยู่ห่างไกล ใจของลูกก็ท้อแท้ แต่ด้วยความมานะของลูกผู้ชาย พยายามข่มใจไม่ให้คิด นึกถึงหน้าที่ของชาติ เปรียบเทียมตัวของลูกคล้ายกับ ตะปูดอกไม้ให้ติดกับเสา เป็นรั้วสำหรับบ้องกันชาติตัวหนึ่ง  ถ้าหากถูกไม่ไปราชการทหาร เพราะความเป็นห่วงบ้านกลัวคสามเหน็ดเหนื่อย ก็เท่ากับว่าลูกได้ทำตะปูหลุดไปเสียตัวหนึ่งแล้ว รั้วของชาติย่อมเกิดที่โหว่ขึ้น แม้จะเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ช่องนั้นกว้างมากขึ้นได้ ด้วยความขี้ขลาดความอ่อนแอของลูก คุณสมบัติเช่นนี้เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของลูกผู้ชาย ฉะนั้นใจของลูกจึงแน่วนแน่อยู่อย่างเดียวว่าต้องไป-ไปเป็นทหารของชาติ ไปรับการฝึกหัดอบรมสั่งสอนเพื่อป้องกันชาติ พยายามปลอบโยนให้แม่คลายโศก เมื่อรถจะออก ลูกก้มลงกราบเท้าแม่ แม่มีพระคุณของลูก ลูกลาก่อน ลาไปทำหน้าที่ของลูกผู้ชายให้แก่ชาติ อีกไม่ช้าลูกก็จะกลับมาพบหน้าแม่อีก ลูกเห็นแม่พยายามเช็ดน้ำตาให้เหือดแห้ง และกล่าวกับลูกว่า สวัสดีเถิดนะลูกนะ แม่ร้องไห้เพราะสงสารเป็นห่วงลูก ร้องไห้เพราะเต็มตื้นในดวงจิตต์ที่เห็นลูกไปทำหน้าที่เพื่อชาติ ลูกก็รู้อยู่ว่า แม่เป็นเพศที่อ่อนแอ ดีใจก็ร้องไห้ เสียใจก็ร้องไห้ อย่าถือแม่เลยนะลูกนะ ส่งข่าวถึงแม่บ้าง จำไว้ว่า แม่คิดถึงลูกเสมอ แต่ลูกก็จงหมั่นทำความดีให้กับที่แม่คิดถึงลูกเถิด อย่าเป็นห่วงแม่เลย แม่คงสบายดีตลอดเวลาที่ลูกเป็นทหาร ลูกก้มลงกราบเท้าอีกครั้ง ๑ รับ พรของแม่ด้วยดวงจิตต์อันเต็มตื้น แม่จ๋า แม่ช่างเป็นแม่ที่ดีของลูกอย่างเหลือล้น พยายามที่จะให้ลูกไปปฏิบัติหน้าที่ของชาติโดยไม่ให้ลูกห่วงหน้าห่วงหลัง ลูกเห็นแม่ของเพื่อนบางคนไม่อยากให้ลูกชายของตนไปเป็นทหาร พยายามหอุบายหลีกเลี่ยงต่างๆ แต่เมื่อไม่พ้นก็ต้องไปเป็นทหารตามเกณฑ์ และเพื่อนคนนั้นก็มีความห่วงหน้าห่วงหลัง มิได้มีจิตต์ใจจะฝึกตัวให้เป็นทหารเต็มที่เมื่อมีโอกาส ก็ขาดราชการหลบหนีไปบ้าน และหลับกลายเป็นได้รับโทษ ฐานผิดวินัยทหาร แต่นิลูกสบายใจแล้ว มาเป็นทหารด้วยหน้าที่ของลูกผู้ชาย- ด้วยความเต็มใจของแม่ ตลอดเวลาลูกพยายามยอมรับราชการปฏิบัติราชการอยู่อย่างเต็มความสามารถ ในบางคราวแม้ลูกจะเป็นห่วง และคิดถึงแม่กับพวกญาติทางบ้าน แต่ลูกพยายามหักใจ นึกถึงหน้าที่ของลูกผู้ชาย ทำให้ลูกกัดฟันอดทนรับราชการทหาร มิได้พยายามหาโอกาสขาดราชการดังเพื่อนทหารบางคนซึ่งได้กระทำกันอยู่บ่อยๆ

เมื่อมาใหม่ๆ ลูกก็ได้รับสิ่งของเสื้อผ้าจากทางราชการไว้ใช้สรอย ลูกรู้สึกเต็มตื้นในความกรุณาของทางราชการมากเสื้อผ้า และสิ่งของที่ลูกได้รับถ้าจะประมาณราคาก็หลายสิบบาท ซึ่งลำพังลูกเองไม่สามารถจัดหามาได้ ฉะนั้นลูกจึงคิดที่จะตอบแทนบุญคุณอันนี้โดยตั้งใจปฏิบัติตนให้สมเป็นทหารที่ดีสำหรับป้องกันชาติได้ในยามที่ชาติต้องการ น่าเห็นใจชาติที่อุตสาห์ลงทุนใช้เงินทองต่าง ๆ มาบำรุงพวกเราเหล่าทหารให้ได้รับความสุขสบายลูกถูกจัดให้อยู่ในหมวด ๓, กองร้อยที่ ๒ กอวพันทหารราบที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ที่บางซื่อนี้ เมื่อมาใหม่ๆ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้ามาอยู่ในส่วนหนึ่งของเมืองหลวง ได้เห็นความเจริญ รถแล่นกันคึกคักเซ็งแซ่ไปตามถนน ซึ่งหามิไม่ในบ้านนอกของเรา ผู้บังคับบัญชามีความกรุณาให้พวกหทารเก่าพาเราไปชมสถานที่ ๆ สำคัญในกรุงเทพฯ เพื่อให้พวกเราร็จักไว้ในวันหยุดราชการ ในวันหนึ่งๆ เราปฏิบัติราชการคล้ายๆ กันไปคือ ตื่นเช้า เวลา ๐๕๐๐ น. แล้วแต่งตัวหัด บางคนใหม่ ๆ ยังไม่เคยก็ชักขี้เกียจอยากจะนอนต่อไป แต่ก็หาได้นอนไม่ เพราะเราถูกปลุกด้วยเสียงแตร และเสียงผู้บังคับบัญชาของเรา การตื่นเช้าทำให้ทหารทุกคนมีจิตต์ใจผ่องใสสดชื่นออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าในสนาม เราเริ่มลงมือหัดกันทีเดียว เมื่อแรกในตอนเช้าผู้บังคับบัญชายังไม่ให้เราหัดวิ่ง ต่อมาภายหลังท่านเห็นว่าเรามีร่างกายแข็งแรงบึกบึนพอแล้วจึงให้วิ่งกันทุกเช้า เป็นการปลุกกำลังน้ำใจของพวกเราให้อดทนอยู่เสมอ ทนทานต่อความเหน็ดเหนื่อยที่จะได้รับ ต่อจากวิ่งก็พักสัก ๑๐ นาที แล้วเราก็ลงมือหัด ครูที่หัดเป็นท่าพวกทหารเก่าที่เขาได้รับการฝึกมาจนชำนิชำนาญกว่าเรา ตลอดเวลาเราหัดเป็นท่าบุคคลล้วนตามท่าในภาคที่ ๑ ในขั้นต้นห็ต้องหัดไปตามภาคที่ ๑ ของระเบียบการฝึกทหารราบสำหรับการฝึกทหารรายนี้แบ่งเวลาออกเป็นปีละ ๓ ภาค ภาค ๑ ตั้งแต่เมษายน ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ภาค ๒ ตั้งแต่กรกฎาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม ภาค ๓ ตั้งแต่มกราคมถึงสิ้นเดือนมีนาคม เมื่อสิ้นภาค ๓ แล้วเราก็เป็นทหารปีที่ ๒ คงแบ่งเป็น ๓ ภาค เช่นเดียวกันใช้เวลาเท่ากัน แต่เปลี่ยนเรียกเป็นภาค ๔ ภาค ๕ ภาค ๖​ แล้วก็ถึงเวลาปลดกองหนุน ในสิ้นเดือนมีนาคมของปีที่ ๒ ในขณะนี้พวกเราเป็นทหารปีที่ ๑ ภาคที่ ๑ เราก็มีการฝึกตามระเบียบการฝึกทหารราบภาคที่ ๑ โดยตลอด เป็นท่าบุคคลมือเปล่า ท่าบุคคลถืออาวุธ และฝึกให้รู้รูปร่างของแถวทหารเป็นส่วนรวมบ้าง เราต้องใช้เวลามากและหัดกันเหน็ดเหนื่อย เพราะการฝึกเป็นบุคคลจะต้องกระทำด้วยความประณีต ถ้าละเลยบกพร่องในการฝึกเป็นบุคคลแล้ว จะหวังแก้ไขให้หายไปในเมื่อฝึกเป็นส่วนรวมไม่ได้ ท่าตรงพวกเราถูกกวดขันมากที่สุด และทุกโอกาสที่เราหัดท่าอื่น ต้องถูกครูท่าตรงของเราอยู่เสมอ เพราะท่าตรงเป็นท่าอันสง่าผ่าเผยสำคัญสำหรับทหาร การฝึกภาค ๑ นี้เราใช้ตอนเช้า ๒ ชม. ตอนเย็น ๒ ชม. ตอนเข้าตามธรรมดา เริ่ม ๐๖๐๐ เลิก ๐๘๐๐ ตอนเย็นเริ่ม  ๑๕๐๐ เลิก ๑๗๐๐ บางที่ในตอนบ่าย ๑๓๐๐ เราก็มีการฝึกเล็งปืนลั่นไก ยิงปืนด้วยกะสุนซ้อมรบ กะสุนซ้อมยิง ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นบาง ที่เราก็ได้รับการฝึกตัดคนตาม แบบฝึกดัดคน, การว่ายน้า และการใช้ดาบปลายปืน แซกเข้าไปกับการหัดท่าทหารราบด้วย เวลา ๑๐๐๐ เรามีการสอน ในเรื่องสอนนี้ ผู้บังคับบัญชาพยายามสอนเราให้รู้ ให้มีความเข้าใจเพื่อปฏิบัติตนเป็นทหารให้ถูกถ้วนและไม่ผิดวินัย ความรู้ต่าง ๆ ที่พวกเราได้รับจากการสอนคือ

๑. ความจำเป็นในการเป็นทหาร

๒. ธงชัยเฉลิมพลและธงเรือรบ

๓. เครื่องหมายทหารบก ทหารเรื่อ และตำรวจ

๔. ผู้บังคับบัญชา

๕. วินัยทหารและระเบียบ การร้องทุกข์

๖. การรักษาอาวุธ

๗. ระเบียบการลา, การป่วย, การรายงาน

๘. หน้าที่ยามรักษาการและระเบียบ ภายในกองรักษาการ

๙. ปฐมพยาบาต

๑๐. การปกครองบ้านเมือง และกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่าที่ทหารควร ทราบ

๑๑. ศาสนา

๑๒. มารยาท

เวลา ๐๘๐๐ ​ในตอนเช้ากับเวลา ๑๗๐๐ ในตอนเย็น เป็นเวลารับประทานอาหารพูดถึงเรื่องรับประทานอาหารเมือมาใหม่ๆ พวกเราก็รู้ สึกหิวไม่เป็นเวลา แต่เดี๋ยวนี้ถูกหัดเสียจนเคยชินไปหมดแล้ว แม่ไน่ต้องวิตกหรอกว่า ลูกจะไม่มีใครหุงหาข้าวไว้ให้รับประทาน เพราะที่นี่เขามีเจ้าหน้าที่สูทกรรมคอยจัดหาไว้ ให้เสร็จตามเวลากำหนดเสมอ การเลี้ยงทหารนั้นเท่าที่ลูกทราบจากผู้ บังคับบัญชามีอยู่ ๓ วิธี คือ  วิธีที่ ๑ เจ้าหน้าที่หุงข้าวให้ แล้วจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ไปซื้อกับรับประทานเอง ประโยชน์ที่ได้จากการเลี้ยงอาหารชนิดนี้ก็คือ

๑. เป็นที่ถูกใจทหาร เพราะว่าทหารเลือกหาซื้อกับรับประทานได้ตามชอบใจ

๒. เป็นการปลดเปลื้อง ภารความ ยุ่งยากแก่เจ้าหน้าที่ ในเรื่องการที่จะต้องเที่ยวจัดหาซื้อ เสบียงสดประจ๋าวัน

๓. ลดจำนวมเจ้าหน้าที่ ๆ จะต้องใช้ในการประกอบอาหารลงไปใด้อีก (คงเหลือแต่ฉะเพาเจ้าหน้าที่สูปการ สำหรับหุงข้าวเท่านั้น)

๔. ไม่เปลืองเครื่องมือเครื่องใช้ ที่จะต้องใช้ในการประกอบอาหาร เพิ่มขึ้นเป็นการลดรายจ่ายเงินที่จะต้องจัดหาซื้อเครื่องมือเครื่องใช้

๕. ทหารได้รวมกันอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนกายในเขตต์ที่กำหนดให้

โทษที่ได้รับจากวิธีนี้ คือ

๑. ทหารเลือกอาหารรับ ประทานไม่สู้ จะถูกต้องตามหลักของการเลี้ยงดู เช่น เป็นต้นว่า ซื้อน้ำพริก ผักจิ้ม รับประทานพออิ่มท้องไปวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น

๒. กำลังร่างกาย ของ ทหารไม่ สู้ จะแข็งแรง เนื่องจากการที่ทหารเลือกซื้ออาหารเลว ราคาถูกรับประทาน ไม่ได้ธาตุประสมถูกต้องตามส่วน

๓.​อาหารที่แม้ค้าได้ประกอบขึ้น สะอาดเรียบร้อยหรือสกปรกเพียงใด เราไม่สมารถจะตรวจให้ทราบได้โดยแน่นอน

วิธีที่ ๒ จ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงให้ เป็นบุคคลทั้งหมดประโยชณ์ที่ได้จากวิธีนี้คือ

๑. วิธีนี้เป็นวิธีไม่ยุ่งยากแก่เจ้าหน้าที่เพราะจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงให้ ตามอัตรา แล้วทหารไปทหารไป จัดหารับประทานเองทั้ง ข้าวและกับ

๒. ไม่ต้องเปลืองเครื่องมือเครื่องใช้ และเจ้าหน้าที่สูปการไม่ต้องมี ประหยัดทรัพย์ได้ส่วนหนึ่ง

โทษที่ได้รับจากวิธีนี้คือ

  • ทหารต้องไป เที่ยวซื้อ อาหารรับประทานเรี่ยราดไม่รวมเป็นกลุ่มเป็น ก้อน
  • การตรวจตราของผู้บังคับ บัญชาไม่ทั่วถึง
  • ทหารอาจซื้อของต้องห้ามรับประทานได้ เหลือความสมารถของแพทย์ในการควบคุม

เป็นหนทางนำมาแห่งโรค

  • ไม่สะดวกแก่ทางการ เช่นต้อง การรวมทหารไปทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะนั้น

เรียกไม่ได้ทันท่วงที

  • ผลที่ได้จากเงินเศษ อาหารและค่าสะเบียงกลักเป็นอันไม่มี

วิธีที่ ๓ เจ้าหน้าที่ประกอบ เลี้ยงทั้งข้าวและกับ ประโยชน์ที่ได้จากวิธีนี้ถือ

  • ทหารได้รับประทานอาหารบริบูรณ์พราะการเลี้ยงอย่างนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้มุ่งใปในทางหากำไร
  • อาหารที่ประกอบขึ้นถูกต้องตามหลักของการเลี้ยงดู และถูกต้องตามทางสุขวิทยาเพราะสิ่งของที่เลือกซื้อมา ประกอบเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ตรวจรับรองแล้ว
  • เป็นการบ้องกันโรคภัยไข้เจ็บ อันเนื่องจากการรับประทานอาหารได้ดี

โทษที่ได้รับจากวิธีนี้มีคือ

๑. วิธีนี้เป็นวิธียุ่งยาก เพราะต้องตั้งโรงครัว เครื่องมือเครื่องใช้ทุกอย่างในการครัวต้องจัดหามาใช้

๒. เพิ่มเจ้าหน้าที่ สำหรับทำการในหน้าที่ชนิดนี้ขึ้น

๓. ทหาร เลือก อาหารไม่ ได้ ตามชอบใจ

ทั้ง ๓ วิธีนี้ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าวิธีที่ ๒ จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้เป็นบุคคลนั้น ไม่สะดวกมีโทษมากกว่าคุณ จึงได้ให้พวกเราเลือกเอาวิธีที่ ๑ กับวิธีที่ ๓ วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่พวกเราเป็นส่วนมากชอบวิธีที่ ๑ เพราะยังได้ เงินเบี้ยเลี้ยง มาไว้ใช้ซื้อของอย่างอื่นกับเก็บไว้ ใช้ในยาม ขัดสนได้อีก และยังเลือกซื้อ อาหารกับได้ตาม ชอบใจ ทางราชการจึง ตกลงใช้วิธีที่ ๑ หุงข้าวให้ และจ่ายเบี้ยเลี้ยง ให้ไปซื้อกับรับประทานเองอยู่เวลานี้ ข้าวที่ทางราชการหุงให้นั้นเป็นข้าวสีแตง เมื่อแรกกินกันไม่ค่อยลงเพราะรู้สึกผืดคอ เราอยู่บ้านเคยกินแต่ข้าวขาวเสมอ มาเปลี่ยนกินข้าวแดงจึงรู้สึกกระเดือกไม่ค่อยเข้า แต่หนักเข้าก็ชิ้นกันไป จนถึงกับบางคนรับประทานได้มากและอ้วนท้วนผิดดปกติ ข้าวแดงนั้นมีรสหวาน กินเข้าไปแล้วหนักท้องทำให้อิ่มไต้ทนทานมาก และยังมีสรรพคุณอันดีคือ แก้โรคเหน็บชาได้อีก เบี้ยเลี้ยงทางราชการจ่ายให้เราวันละ ๑๖ สต. ความจริงเราควรจะได้ ๒๕ สต. แต่ทางราชการหักเป็นค่าข้าว ค่าบำรุงความสุขเสีย ๙ สต. คงเหลือ ๑๖ สต. ในเงินจำนวนนี้ ลูกใช้ซื้อกับมื้อเข้ากับเย็นมือละ ๕ สต. ๖ สต. ที่เหลือไว้สำหรับใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดบางคนใช้มื้อละ ๓ สต. เท่านั้น เหลือเงินเก็บไว้ได้เดือนหนึ่ง ๆ เกือบเป็นจำนวนบาท ถูกขอกราบเรียนให้ แม่ทราบว่านอก จากเบี้ยเลี้ยงที่ลูกได้รับวันตะ ๑๖ สต. แล้วลูกยังได้ รับเงินรางวัล อีกเดือนละ ๒ บาทลูกจะเก็บเงินจำนวนนี้ไว้ไป ฝากแม่และญาติทุกคนทางบ้าน หลังจากรับประทานอาหารตอนเย็นแล้ว เราก็มีเวลาเล่นหัวและคุยกันเต็มที่ ที่กองร้อยเขามีวิทยุติด พวกเราเบียดฟังกันทุกคืนได้รับข่าวที่ควรจะรู้แปลกๆ และมีคนตรีบรรเลงอย่างเสนาะเพราะพริ้ง เวลา ๒๐๓๐ ถึงคราวสวดมนต์ดีจริงแม่ ลูกมาเป็นทหารนี้ได้สวดมนต์ทุกคืน ผิดกับเมื่ออยู่บ้าน หลายคืนถึงจะสวดมนต์เสียสักที่หนึ่ง การสวดมนต์ทุกคืนทำให้ จิตต์ใจของลูกผ่องใสโน้ม น้าว เข้า ไปอยู่ในธรรม ของ พุทธศาสนา – ศาสนาซึ่งคนไทยยกย่องนับถือศาสนาซึ่งสอนให้เราละเว้นความชั่วประพฤติแต่ความดี เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว เรามการกล่าวพร้อม ๆ กันว่า “เราเป็นส่วนหนึ่งของชาติ เราจะบำเพ็ญตนเพื่อชาติ” คำปฏิญาณนี้เรากล่าวกันทุกคราวก่อนหัตและก่อนสอน เลิกหัดเลิกสอน และในเวลาเข้ากับเย็นซึ่งชัก

ธงชาติขึ้นดง เราต้องทำทำตรงและนึกในใจอยู่เสมอว่า “ขอให้ชาติไทยจงเจริญ” เวลา ๒๓๐๐ เป่าแตรนอน ทุกคนนอนสงบภายในมุ้งไม่ มีเสี่ยงคุยหนกหู หลับกันด้วยจิตต์ใจสบาย เวรคอยดูแดพวกเราให้ ใช้ผ้าคลุมท้องเสมอ เพื่อกันไม่ให้พวกเรามีอาการไม่สบายเนื่องด้วยตอนเด็กอากาศมักจะเย็นผิดกับตอนหัวค่ำ

ขณะที่ลูกเขียนจดหมายนี้เริ่มเข้าภาคที่ ๒ แล้ว การฝึกมีแปลกออกไปที่เป็นการฝึกส่วนรวมฝึกใช้ดาบปลายปืนจนให้สามารถปฏิบัติการต่อ สู้ ได้คล่องแคล่วทุกวิธี กับยังมีการฝึกดัตตน ว่ายน้ำ

กะระยะ การช่างทหาร การเล็งปืนลั่นไกการเข้าสนามยุทธของหมวด และการยิงเป้าด้วยกระสุนจริงภาคที่ ๑ ของข้อบังคับการยิงเป้าปืนเล็ก เพื่อนของลูกกบางคนตื่นเต้นมากเมื่อยิ่งปืนใหม่ๆ เพราะพวกนั้นอยู่บ้านไม่เคยยิ่งปืนเลย เมื่อแรกลูกยิงปืนรู้สึกว่าปืนออก จะกระแทก ที่บ่าถูกแต่แล้วก็ชินกันไป แม่คงจะสงสัยอยู่มากว่าเวลาจนป่านนี้แล้วเรายังมีการฝึกกันเรื่อย ๆ ไปทั้งนี้เราฝึกให้มีความชำนิชำนาญอยู่เสมอ เวลาข้าศึกสัตรูเราจะได้จับอาวุธขึ้นบ้องกันทันที ลูกขอยกโคลงบทหนึ่งมาเป็นตัวอย่าง โคลงบทนี้จับใจถูกอยู่มิลืมเลย

อาวุธแม้นเกียจคร้าน           การขัด

จนถนิมจับถนัด                          หนักตื้อ

วิทยาเกียจซ้อมหัด                      หายเสื่อม

จนจวบเอาจริงรื้อ                       จักใช้ฉันใด ฯ

ในเรื่องการสอน ผู้บังคับบัญชาได้สอนซ้อมทวนที่ได้ สอนไป แล้วในภาคที่ ๑ โดยตลอด กับสอนเพิ่มในสิ่งที่ทหารจะต้องมีความรู้ต่อไปอีกคือ

๑. พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร

๒. หน้าที่ของทหารในสนาม ฉะเพาะที่ทหารจะต้องมีความรู้ก่อนไป ทำการในสนาม

๓. การปฏิบัติร่วมกันระหว่าง อาวุธและเหล่าทหารต่าง ๆ ฉะเพาะทหารต้องรู้ก่อนไปทำการในสนาม

๔. พระราชบัญญัติเทศบาล เท่าที่ทหารควรทราบ

๕. พระราชบัญญัติจราจรทางบก เท่าที่ทหารควรทราบ

๖. ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ประเทศสยามโดยย่อ ในภาคนี้ทหารเก่าถูกปล่อยให้ลาพักพวกเราจึงต้องไปกระทำกิจรักษาการณ์ในสถานที่สำคัญ ๆ บางแห่งของราชการทำให้ลูกรู้จักบุคคล

สำคัญ ๆ ของประเทศซึ่งแต่ก่อนลูกไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นเลย แม้ว่าการกระทำกิจรักษาการณ์จะทำให้พวกเราอดตาหลับขับตานอนก็หาทำให้พวกเราย่นย่อไม่ คงกระทำกิจรักษาการณ์ อย่างเฉียบ ขาดในหน้าที่ พวกเราเป็นทหารย่อมอยู่ในวินัยอันดีเสมอ แม้จะลำบากสักปานใด คำน้อยก็มิได้บ่น ทหารของชาติเราเขาอดทนกรากกรำเช่นนี้แหละแม่

ลูกได้พูดมาหลายครั้งแล้วถึงคำว่าผู้บังคับบัญชาเชื่อว่าแม่จะยังคงไม่เข้าใจหรอกว่า ผู้บังคับบัญชาหมายความถึงใคร ผู้บังคับบัญชาหมายถึงผู้ซึ่งดูตนทุกข์สุขของพวกเราเหล่าทหาร โดยใกล้ชิดมีหน้าที่ ผีกหัด อบรม สั่งสอน ตักเดือนว่ากล่าวให้เราประพฤติตนอยู่ในวินัยอันดี ประพฤติตนให้ถูกต้องตามแบบแผนขนบธรรมเนียม ข้อบังคับของทหาร, รวมทั้งประพฤติตามกฎหมาย ของบ้านเมือง ด้วยเมื่อทำดีท่านก็ให้บำเหน็จ เมื่อทำผิดก็ลงโทษ ท่านกระทำตนเสมือนหนึ่งบิดามารดาหรือไม่ก็พี่ของพวกเราเหล่าทหาร พยายามที่จะให้พวกเราได้ รับความรู้ ได้รับความ

สุข ได้รับความยุติธรรม การที่ลูกสามารถอธิบายให้แม่พังได้ว่า ผู้บังคับบัญชาหมายความถึงใครนั้น ลูกก็ได้รับความรู้มาจากนายทหารซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของลูกสอนลูกอีกที่หนึ่ง ในเวลาเช้าท่านก็มาแต่เช้า และมาหัดมาฝึกเราทุกเช้ากับทุกเย็น เวลารับประทานอาหารก็ อุตส่าห์มาดูแลให้ เราได้รับการกินอยู่อย่างเรียบร้อยสะดวกตาย เวลานอนท่าน ก็มาตรวจ ดูว่าพวกเรา นอนกันเรียบร้อยหรือไม่ บุญคุณของผู้บังคับบัญชานี้ ถูกจะจำไว้ใส่ใจที่เดียวและน้มไว้ในที่สูงสุด หน้าที่ของผู้บังคับ

บัญชาเท่าที่ลูกจำได้จากนายทหารที่ สอนย่อ ๆ ดังนี้คือ

๑. ผีกและอบรมทหารให้มีลักษณะดีที่สุดทั้งทางกายและทางใจ

๒. ช่วยเหลืออุดหนุนผู้ใต้บังคับบัญชา

๓. สอดส่องทุกข์สุขอยู่ทุกเมื่อ

๔. บำรุงและเพิ่มพูนคุณวุฒิ

๕. กวด ข้นให้ ผู้ใต้บังคับ รักษาวินัยโดยเคร่งครัด แต่กระทำด้วยความเมตตากรุณา

๖. คอยตักเดือนผู้ใต้บังคับ มิให้เลยหน้าที่ของคน ทั้งปถูกใจให้รักหน้าที่ และรักชาติบ้านเกิดเมืองมารดร

๗. อบรมให้มิสามัคคีธรรม รวมความว่า ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่อำนวยการ และเตรียมการให้หน่วยทหารใช้รบได้ และบังคับบัญชาหน่วยนั้น ๆ ในเหตุการณ์ทั้งปวงนี่แหละแม่ เท่าที่ถูกจำได้จากที่รับการสอน จึงนำมาเล่ากราบเท้าให้แม่ทราบถึงคุณของผู้บังคับบัญชาชองลูกด้วย

ลูกอยากจะเล่าให้แม่พังถึงผดติที่ลูกเข้ามาเป็นทหารนี้ แม่จ๋าเมื่ออยู่บ้านคงจะไม่มีไครเขามาเคี่ยวเข็ญสอนถูก อย่างเมื่อเป็นทหารนี้ อยู่บ้านลูกก็มิแต่จะเลี้ยงควายทำไร่ไถนาประกอบการอาชีพให้เสร็จใปวันหนึ่ง ๆ ความรู้ก็รู้อยู่อย่างเดิมหามิอะไรเพิ่มไม่ เมื่อลูกเป็นทหารทำให้ถูกได้รับความรู้กว้าง ขวาง ออกไป อีกมาก นอกจากความรู้ที่ได้รับจากการฝึกและกายสั่งสอนอบรมดังที่ลูกได้กล่าวมาแล้วสิ่งที่สำคัญอีกในเรื่องกสิกรรม การกสิกรรมนี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่งและเป็นกระดูกสันหลังของประเทศสยามทีเดียว เพราะชนชาวสยามที่จะตำรงชีวิตเละให้ชาติเจริญเฟื้องฟูอยู่ทุกวันนี้ต้องอาศัยการกสิกรรมทั้งสิ้นพวกเราโดยมากอยู่บ้านทำไร่โถนา ผู้บังคับบัญชาจึงเห็นเหมาะ ที่จะอบรม เราให้มิความรู้ในทางนี้ เพื่อจะได้จดจำไปใช้ในเวลาที่ปลดกองหมุนไปแล้ว แม่อย่ากลัวว่า ปีนี้ลูกมาเป็นทหารเสีย แรงงานน้อยและผลที่ได้น้อยลงปล่อยให้เลยไปเถิดแม่ถึงแม้จะได้ข้าวน้อยเกวียน รอให้ลูกปลดกองหนุนแล้ว ลูกจะไปช่วยแม่ในการทำไร่, ทำส่วน, ทำนา เอาทุนคืนมาให้ได้

จากการที่เราขาดทุนไปในปีที่ลูกเป็นทหาร ลูกจะใช้ความรู้กสิกรรมที่ลูกได้รับเมื่อเป็นทหารนี้ไปใช้ทางบ้าน ลูกคิดว่าผลที่ใด้จะดึกว่าบีก่อน ๆ เป็นแน่ เช่นก่อนนี้เราปลูกข้าวเก็บเกี่ยวแล้วได้ ๓๐ เกวียน แต่ถ้าลูกไปเปลี่ยนแปลงใหม่โดยใช้วิธีทำไร่นาผสม ผลที่ได้คงจะสูงขึ้นเป็นแน่ เรื่องการกสิกรรมนี้เป็นผลดีที่ลูกได้รับเมื่อเป็นทหาร และยังมีผลถดีอีกหลายอย่างที่ลูกได้รับเวลาเป็นทหาร ทำให้นิสสัยเด็ดขาด กล้าหาญอดทน กรากกรำ ดูชิแม่ เมื่อลูกอยู่บ้านไม่มีความอดทนกรากกรำเลย ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย ร่างกายก็ไม่แข็งเรงแต่เดี๋ยวนี้ ลูกไม่กลัว ต่อการเหน็ดเหนื่อยแล้ว ด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแรงเป็นมัดๆ นี่แหละลูกจะช่วยแม่ทำมาหากิน สนองคุณแม่ตราบชีวิตของลูกหาไม่ที่เดียว เวลานี้ลูกรู้จักทำงานเป็นเวลา รู้จักหน้าที่ราชการและส่วนตัว ไม่ใช้ปะปนพร่ำเพรื่ออย่างแต่ก่อน เพราะทางทหารสอนให้ลูกรู้จักแบ่งเวลาอยู่เสมอ เมื่อลูกปฏิบัติบ่อย ๆ เข้าก็เคยชินจนจับนิสสัย เครื่องแบบทหารของลูกถ้าแต่งแล้วไปไหนจะเข้าไหนก็เข้าได้ไม่มีใครรังเกียจ เครื่องแบบนี้ลองให้เจ้าพื้นเด็กหนุ่มข้างบ้านเราแต่งเช้าจะถูกจับไปติดคุกติดตาราง แต่ลูกแต่งได้อย่างสบายไม่ต้องกลัวเจ้าหน้าที่ มาจับกุมไปในถนนที่บระชุมชนยังถือ อาวุธได้โดยเปิดเผย เมื่อลูกถูกปลดเป็นกองหนุนกลับใปช่วยแม่ทำมาหากินทางบ้านยังไม่ ต้องเลียรัชชูปการอีก ประโยชน์ของหหารมีอยู่มิใช่น้อยลูกจะเล่าให้ฟัง บางทีอาจเป็นประโยชน์แก่พวกที่ไม่รู้แถวบ้านเราบ้างในเมื่อแม่นำไปเล่าให้ฟังเช่น ตาหวน พันธ์ไม้ คานามทองสุวรรณ รวมทั้งเจ้าทิดเชิงผมวิงลูกกำนันคงซึ่งคุยโวอยู่เสมอว่าทหารเรามิไว้ทำไมกัน เปลืองเงินเปลืองทองเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ วานแม่ช่วยอธิบายให้เขาเข้าใจสักที ประโยชน์ของทหารมีย่อ ๆ ดังนี้ คือ

๑. ฝึกฝนและ อบรม นิสสัย พลเมืองให้มีความรักประเทศชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ.

๒. ได้มีความรู้ ไปประกอบอาชีพหรือเป็น ประโยชน์โดย ฉะเพาะได้ บาง จำพวก เช่นการกสิกรรม การพยาบาล และช่างเครื่องยนตร์ ฯ

๓. ทหารเป็นภาพตัวอย่างให้ประชาชาติได้เห็นความองอาจกล้าหาญ ความคล่องแคล่วว่องไว ความเด็ดขาด ความเสียสละอันอาจจะน้อม โน้มจิตต์ให้ถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้

๔. การทหารปรากฎว่าได้เพาะให้ประชาชาติกลับตนเป็นคนดีไปเป็นจำนวนมากทั้งปรากฎว่าทำให้เป็นคนเฉลียวฉถาดขึ้น กับได้บระโยชน์ในการถ่ายความรู้ ทางพลเมืองดีให้แก่ญาติมิตรได้เป็นอย่างดี

๕. ทหารเป็นศริสง่าประเทศ ยังความเกรงขามครั่นคร้ามแก่เหล่าโสณทุจจริตทั่วไปไม่ว่าหมู่น้อยหรือหมู่ใหญ่

๖. ทหารเป็น มิ่งขวัญ อุ่นใจของประชาชาติ เป็นพยานแห่งความมั่นคงของประเทศชาติ

๗. ทหารเป็น ผู้รักษาความปลอดภัยช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ด้วยอีกหนึ่งหน้าที่

๘. ทหารเป็นเจ้าหน้าที่ ๆ รักษาความยุตติธรรมอย่างเด็ดขาด ฯลฯ

เวลานี้ลูกกสบายดี ลูกเขียนจดหมายนี้ด้วยลำแขนอันหนักเต็มไปด้วย กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ด้วยมือซึ่งมีฝ่ามืออันหยาบ นั่นแล้วเป็นฝ่ามือของลูกผู้ชายชาติทหาร ซึ่งจับอาวุธปืนออกหัดทุกเช้าทุกเย็น มิใช่ฝ่ามืออันอ่อน ละมุนละไมซึ่งเป็นฝ่ามือของลูกผู้หญิงที่อยู่กับเหย้าเฝ้าเรื่อน ลูกของแม่มีรูปร่างอ้วนท้วนขึ้นอีกมากทั้งนี้เองจากลูกปฏิบัติให้มือนามัยอันดีเป็นไปตามคำสอนของผู้บังคับบัญชา โดยตลอด ไว้นมีโอกาสลูกจะถ่ายรูปส่งมากราบเท่าแม่ ลูกขอจบจดหมายแต่เพียงเท่านี้ หากมีเวลาจะเขียนมากราบเท้าแม่อีก บุญคุณของแม่ที่อุสส่าห์เลี้ยงลูก จนเติบโตได้มาเป็นทหารของชาตินั้นมีอยู่เหลือล้น ให้ลูกกราบลงที่เท้าแท้อีกสักครั้งทางจดหมายนี้เถิด อีกไม่ช้าลูกจะได้พบหน้าแม่ เวลานี้ขอให้แม่ปลื้มปิติในใจไว้เถอดว่าลูกของแม่ได้กระทำตนสมเป็นชายชาติทหารแล้ว

กราบเท้ามาด้วยความเคารพนับถืออย่างสูง

จากลูก

พลทหารเลิศ  เจริญธรรม

 91 total views

Contact Us

กองบัญชาการกองทัพบกถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

notice@rta.mi.th


11861718316439118617183164391186171831643911861718316439118617183164391186171831643911861718316439

Where are we?

Maps

Total Visitors

1197807