Category: บทความทางทหาร

บทความทางทหาร

เครื่องกลับตะเข็บและบรรจุกระสอบทราย หน่วย ช.21

เครื่องกลับตะเข็บและบรรจุกระสอบทราย หน่วย ช.21

โดย : กรมการทหารช่าง

 

ความเป็นมา

กระสอบทรายเป็นสิ่งอุปกรณ์ทางทหารอย่างหนึ่งที่ใช้ในภารกิจต่างๆ เช่น วางรอบเต็นท์ หลุมสั่งการ หลุมบุคคล หลุมปืนกล

แม้แต่การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย อุปกรณ์นี้ยังสามารถนำดินทรายในพื้นที่มาบรรจุลงกระสอบได้ทันทีซึ่งทำให้สามารถปฏิบัติงานงานได้รวดเร็วขึ้น กระสอบทรายที่นำมาใหม่มีตะเข็บค่อนข้างแข็งและคม อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงได้ประดิษฐ์เครื่องกลับตะเข็บ และบรรจุกระสอบขึ้นมาเพื่อช่วยในการปฏิบัติงาน เพื่อลดเวลาในการกลับตะเข็บและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติและสามารถบรรจุทรายได้ในปริมาณเท่าๆกัน

วัตถุประสงค์

  1. 1. เพื่อช่วยให้การกลับตะเข็บกระสอบทรายได้ง่ายขึ้น
  2. 2. เพื่อช่วยบรรจุทรายได้ปริมาณเท่าๆ กันทุกกระสอบ

อ่าน “เครื่องกลับตะเข็บและบรรจุกระสอบทราย หน่วย ช.21” ฉบับเต็ม

 

 

 

บทความทางทหาร

นโยบายการฝึกศึกษาของ ทบ. ไปสู่การปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ

นโยบายการฝึกศึกษาของ ทบ. ไปสู่การปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ
 โดย :  กองพัฒนาหลักนิยม ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก (กพล.ศพย.ยศ.ทบ.)

กองทัพบกยึดถือหลักนิยมหลัก(Capstone) ในเรื่องของหลักนิยมการรบอากาศ-พื้นดิน รส.100-5 เช่นเดียวกับ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการสนธิพลังอำนาจการรบร่วม และการรบผสมเหล่า จึงมุ่งเน้นการเป็นฝ่ายครองความริเริ่ม มีความว่องไว และการประสานความสอดคล้องในการปฏิบัติ, การขยายผล และดำรงความลึก ความหนุนเนื่อง ตลอดพื้นที่โครงร่างสนามรบ รวมถึงระบบอากาศ-พื้นดินของ ทบ. หรือ Army Air-Ground System ซึ่งเป็นที่มาของการรบที่มีเครือข่ายศูนย์กลาง อย่างไรก็ตามสภาพแวดล้อมของโลกที่มีความสลับซ้อนและภัยคุกคามรูปแบบผสมเข้ามาเป็นปัจจัยนำเข้า (Input) ซึ่งเป็นความท้าทายต่อภารกิจและความรับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนกระบวนการคิดและวางแผนของโรงเรียนเสนาธิการทหารบกการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและประยุกต์หลักนิยมที่ทันสมัย สอดคล้องกับภารกิจของกองทัพบกในยุคปัจจุบันเข้ามาเสริม เพื่อให้ครอบคลุมและรองรับต่อภัยคุกคามทางพื้นดินทุกรูปแบบรวมถึงภัยคุกคามรูปแบบผสม ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่พัฒนาขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมของโลกที่มีความสลับซับซ้อน

 

อ่าน “นโยบายการฝึกศึกษาของ ทบ. ไปสู่การปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ” ฉบับเต็ม >>> คลิกที่นี่ <<<

HNN2

บทความทางทหาร

การพัฒนาหลักนิยมทางทหารของกองทัพบก

การพัฒนาหลักนิยมทางทหารของกองทัพบก
 โดย :  กองพัฒนาหลักนิยม ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก (กพล.ศพย.ยศ.ทบ.)

การใช้หลักนิยมทางทหารจะไม่ใช่หลักประกันว่าจะประสบชัยชนะในสงครามเสมอไป แต่ฝ่ายที่ไม่ใช้หลักนิยมทางทหารมักจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ และในทำนองเดียวกัน ถ้านำไปใช้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาวะแวดล้อม ก็อาจประสบกับความล้มเหลวได้เช่นกัน”
การเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักนิยม ในวารสารเสนาธิปั ตย์นั้น เคยมีผู้เขียนไว้ แต่ไม่มาก ผู้เขียนจึงขอนำเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักนิยมที่ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบกเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบมากล่าวไว้ เพื่อให้ผู้อ่านได้ติดตามอ่านประดับความรู้เพิ่มเติม มาติดตามเนื้อหากันเลยครับ

 

 

อ่าน “การพัฒนาหลักนิยมทางทหารของกองทัพบก” ฉบับเต็ม >>> คลิกที่นี่ <<<

HNN

 

บทความทางทหาร

นวัตกรรมองค์ความรู้ตัวแบบ “ทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.)” สู่รางวัลเลิศรัฐระดับดี สาขาการบริการราชการแบบมีส่วนร่วม ประจำปี พ.ศ. 2562

ในอดีตประเทศไทยได้เผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบเก่า (Traditional Threat) ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457 – 2461) สงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482 – 2488) และสงครามเย็น (พ.ศ. 2488 – 2534) ควบคู่กับสงครามคอมมิวนิสต์ (พ.ศ. 2508 – 2526) ซึ่งเป็นการใช้กำลังทางทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และการต่อสู้ทางความคิดเพื่อขยายอาณาเขตและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งนี้ ทบ. โดย กร.ทบ. ได้ใช้งานด้านกิจการพลเรือนในการขับเคลื่อนเครือข่ายภาคประชาสังคมสร้างจิตสำนึกอุดมการณ์รักชาติเกิดการผนึกกำลังของประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการปฏิบัติทางทหาร ในการเกณฑ์และฝึกยุทธวิธีเข้าต่อสู้ให้เอาชนะศัตรูร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง หลังสิ้นสุดสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน ภัยคุกคามได้ถูกพัฒนามาสู่การเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-traditional Threat) ซึ่งมีลักษณะแย่งชิงผลประโยชน์ซับซ้อนเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายไปทั่วทุกพื้นที่ของปัญหาต่างๆ มีความซับซ้อนจนถึงขั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและยากที่จะหาแนวทางในการรับมือให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัยจึงต้องใช้กำลังทหารเข้ายุติปัญหาเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น และด้วยงานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข จึงเป็นที่มาของการสร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ ตัวแบบ/แนวทางกลไกการขับเคลื่อนไปใช้ “ทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.)” ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาและเป็นแนวทางในการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั้งประเทศได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ กล่าวได้ว่างานกิจการพลเรือนนั้นเป็นงานที่ละเอียดอ่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคน พัฒนาสังคม และการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถนำพาสังคมไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการมีเครือข่ายภาคประชาสังคมในทุกพื้นที่ สร้างความร่วมมือระหว่างกันในวงกว้าง และมีทรัพยากรในรูปแบบต่างๆเข้ามาสนับสนุนให้การดำเนินงานไปสู่ผลสัมฤทธิ์เพื่อให้บรรลุภารกิจของกองทัพในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

จากนโยบายสู่การปฏิบัติได้ กร.ทบ. สร้างการมีส่วนร่วมดำเนินโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพใน จชต. อย่างแท้จริงและลดความสูญเสียได้มากที่สุด ก็คือ “การสร้างความเข้าใจ” ควบคู่ไปกับ “การสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม”

ทปค.16

ในการริเริ่มแนวความคิดใหม่ การขับเคลื่อนงานด้านมวลชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา จชต. ด้วนการนำร่องสร้างโมเดลการดำเนินงานจิตอาสาเพื่อความมั่นคง (จสค.) ในพื้นที่ จชต. ให้คนในพื้นที่ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมพื้นที่ จชต. ในรูปแบบคณะทำงานดำเนินโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 เป็นต้นมา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรย.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) และมหาวิทยาลัยราชนครินทร์ (มมร.) มหาวิทยลัยราชภัฏสงขลา (ม.ราชภัฏสงขลา) และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (ม.ฟาฏอนี) ,นักศึกษาในชมรมพัฒนาของมหาวิทยาลัยดังกล่าว/สหพันธ์นักเรียนนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สส.ชต.) ที่เป็นองค์กรอิสระเพื่อสันติภาพ ใน จชต. และชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พสบ.จชต.)/ภาคเอกชนที่มีศักยภาพ และจัดประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในพื้นที่ ค่ายสิรินธร จว.ป.น และ ทบ./ศปก.ทบ. เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานจิตอาสาเพื่อความมั่นคงร่วมกัน ตามโครงการรู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน ด้วยจิตอาสา เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และร่วมกันขับเคลื่อนตามแนวความคิด จสค. โดยใช้กิจกรรม/งบประมาณ ตามโครงการฯ ของ ฝกร.ศปก.ทบ. โดยมีอาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาข้างต้นเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในแต่ละพื้นที่ จชต. เพื่อนำกลุ่มเป้าหมายที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนมาร่วมโครงการฯ และขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายในทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การขับเคลื่อนโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ได้ต่อยอดแนวความคิดโดยเริ่มแนวความคิดใหม่ในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา จชต. ตามตัวแบบทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.) ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน ประกอบด้วย 3 ทุน ได้แก่

ทปค.5

1) ทุนทางปัญญา (Intellectual-Capital-:-IC)   เป็นเครือข่ายผู้นำองค์ความรู้มีความสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมตัวแบบสู่ภาคปฏิบัติการ เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน บัณฑิตอาสา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้มีประสบการณ์ ฯลฯ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำ ทุกภาคส่วนโดยแปลงปัญญาไปสู่แผนการปฏิบัติงานในชุมชนให้นำไปใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้

2) ทุนทางสังคม (Social Capital : SC) เป็นเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมทุกภาคส่วน เช่น ผู้นำเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ข้าราชการท้องถิ่น ชุมชนระดับหมู่บ้านและตำบล ฯลฯ ทำหน้าที่ร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนพัฒนา ด้านความมั่นคง สร้างความรู้สึกที่ดี และอัตลักษณ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานแห่งการยอมรับ ความไว้วางใจ   ความสามัคคี

3) ทุนทรัพย์ (Asset-Capital-:-AC) เป็นทรัพยากรในพื้นที่ทั้งปวง ที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน รวมพลัง  แห่งจิตอาสา เครือข่ายร่วมทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชนที่มีศักยภาพ เช่น วัสดุ สิ่งของ แรงกายแรงใจ กำลังใจ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้สนับสนุนการแก้ปัญหาตามแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามความต้องการของชุมชน

การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติครั้งแรกเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 – 2560 โดยการขับเคลื่อนแนวทาง ทปค. โดยการจัดค่ายพหุวัฒนธรรม เวทีประชาคม และดำเนินงานพัฒนาด้านความมั่นคง ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จว.น.ธ. นำข้อมูลและความต้องการของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ใน จชต. มาทบทวนการปฏิบัติและพัฒนาสร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงระดับชุมชนให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประชาชนในชุมชน

เมื่อ พ.ศ. 2561 พัฒนาแนวทาง ทปค. ในโครงการเยาวชนจิตอาสาป้องกันภัยยาเสพติด และโครงการปรับปรุงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล ในพื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จว.ย.ล. ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในพื้นที่ จชต.ประกอบด้วย 1) ทุนทางปัญญา โดยอาจารย์ มรภ. ยะลา ทำหน้าที่จัดประชุม สร้างความเข้าใจ ฯลฯ 2) ทุนทางสังคม โดยชมรมต้นกล้า มรภ. ยะลา สหพันธ์นักเรียน นักศึกษาเพื่อสันติภาพ จชต. ทำหน้าที่ริเริ่มเขียนโครงการฯ และจัดกิจกรรม 3) ทุนทรัพย์โดยชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร จชต. ทำหน้าที่สนับสนุน วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ ฯลฯ และร่วมกิจกรรม จนเกิดเป็นรูปธรรมอย่างมีผลสัมฤทธิ์ เมื่อ 11 ก.ย. 2561 และขยายผลต่อเนื่องตามบริบทต่อไป

 

เมื่อ มิ.ย. – ส.ค. 2561 เกิดการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปในโครงการ “เยาวชนป้องกันต้านภัยยาเสพติด” ในพื้นที่ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จว.ย.ล. โดยเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคม จ.ยะลา เป็นผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง

เมื่อ ต.ค. 2561 – พ.ค. 2562 เกิดการพัฒนาขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปในโครงการกิจกรรม “จัดค่ายเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคม” ในพื้นที่ 3 จชต. ได้แก่ จว.ย.ล., จว.ป.น. และ จว.น.ธ. โดยนำร่อง 90 ตำบล จังหวัดละ 30 ตำบล ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติการเขียนแผนปฏิบัติการป้องกันภัยยาเสพติด มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในตำบลของตนเอง โดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า

เมื่อ มิ.ย. – ส.ค. 2562 เกิดการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจากการจัดค่ายเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมได้บูรณาการสร้างความเข้าใจประกอบการขับเคลื่อนร่วมกับสภาสันติสุขตำบลในตำบลของตนเองจนเกิดผลสัมฤทธิ์ ประกอบด้วย 1) จว.น.ธ. 3 ตำบล ได้แก่ 1.1) โครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน (น้ำดีไล่น้ำเสีย) ป้องกันยาเสพติด” ต.สากอ อ.สุไหงปาดี 1.2) โครงการ “อบรมพหุวัฒนธรรมป้องกันภัยยาเสพติด” ต.บางนาค อ.เมือง และ 1.3) โครงการ “ครอบครัวอบอุ่นป้องกันภัยยาเสพติด” ต.ปุโยะ อ.สุไหงโกลก 2) จว.ย.ล. ได้แก่ โครงการ “จิตอาสาเพื่อความมั่นคงร่วมใจต้านภัยยาเสพติด” ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา และ 3) จว.ป.น. ได้แก่ โครงการ “เยาวชนวัยใสดำเนินชีวิตที่สมวัยห่างไกลยาเสพติดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด”ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ และขับเคลื่อนต่อจนถึงปัจจุบัน ส่วนอีก 85 ตำบลอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ซึ่งนับว่านวัตกรรมดังกล่าวสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและส่งผลถึงความยั่งยืน

ตั้งแต่ ธ.ค. 2562 จนถึงปัจจุบัน มีการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. โดยการกำหนดให้จัดทำแผนปฏิบัติป้องกันภัยคุกคามเพิ่มเติม พื้นที่ จชต.ใน 90 ตำบลนำร่องได้แก่ 1) การสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมให้มีส่วนร่วมรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ระดับหมู่บ้านและตำบล แก่ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 2) การส่งเสริมเยาวชนนอกระบบให้มีการศึกษา 3) การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม 4) การป้องกันปัญหายาเสพติดต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

1 90

ปัจจุบันนี้ จากตัวอย่างการปฏิบัติงานตามตัวแบบ ทปค. ในพื้นที่ จชต. ที่สัมฤทธิ์ผลมาแล้ว ได้ขยายผลไปยังพื้นที่กองกำลังป้องกันชายแดน (กกล.ป้องกันชายแดน) ครอบคลุมพื้นที่ความมั่นคงทั้งประเทศ และเป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบันเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว 3 ตำบล ได้แก่ พื้นที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี “โครงการป้องกันยาเสพติด”ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.ม.ห. และพื้นที่กองกำลังผาเมือง “โครงการแข่งขันกีฬาฟุตบอลต้านยาเสพติด เจ้าพ่อบ้านอิงคัพ”และโครงการสายธารร่วมใจสร้างฝายมีชีวิต ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จว.น.น นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการขับเคลื่อนอีก 320 ตำบลชายแดนให้เกิดเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานขับเคลื่อนเครือข่ายประชาสังคมตั้งแต่ปี 2559 – 2561 ที่ผ่านมานั้นเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปแล้ว กร.ทบ./ฝกร.ศปก.ทบ. ได้รับรางวัลเลิศรัฐ “ระดับดี” สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีสวนร่วมประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงกับทุกหน่วยงานและขยายผลไปสู่งานพัฒนาอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน

บทความทางทหาร

การต่อต้านการก่อการร้าย, อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง และภัยคุกคามในแบบลูกผสม

hybrid v2

การต่อต้านการก่อการร้าย, อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง และภัยคุกคามในแบบลูกผสม Counterterrorism, WMD & Hybrid Threat

การก่อการร้าย ได้ถูกพัฒนาจนเป็นกลยุทธ์ที่เป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มหัวรุนแรงทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยใช้วิธีการหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงที่ผิดกฎหมาย หรือการข่มขู่ เพื่อสร้างความหวาดกลัว และบีบบังคับให้รัฐบาลหรือสังคม ได้รับรู้ถึงอุดมการณ์ทางการเมือง สังคม อาชญากรรม เศรษฐกิจ และความเชื่อทางศาสนาต่างๆ ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย

Terrorism has evolved as a preferred tactic for ideological extremists around the world, directly or indirectly affecting millions of people. Terrorists use many forms of unlawful violence or threats of violence to instill fear and coerce governments or societies to further a variety of political, social, criminal, economic, and religious ideologies.

hybrid v2

ภัยคุกคามในรูปแบบลูกผสม มีลักษณะที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยใช้กำลังตามแบบ กำลังไม่ตามแบบ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ของการก่ออาชญากรรมอย่างผสมผสานกัน ทั้งนี้เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์หรือบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

A hybrid threat is the diverse and dynamic combination of regular forces, irregular forces, and/or criminal elements all unified to achieve mutually-benefiting effects.

การต่อต้านการก่อการร้าย คือ กิจกรรมและการปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเอาชนะองค์กรและเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายไม่สามารถปลูกฝังความกลัว และไร้ซึ่งอำนาจในการบีบบังคับรัฐบาล หรือสังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายของกลุ่มดังกล่าว

Counterterrorism activities and operations are taken to neutralize terrorists, their organizations, and networks in order to render them incapable of using violence to instill fear and coerce governments or societies to achieve their goals.

อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง คืออาวุธเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ (คชรน.) หรืออาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดผู้เสียชีวิตและความเสียหายอย่างมากได้

Weapons of mass destruction (WMD) are chemical, biological, radiological, or nuclear (CBRN) weapons or devices capable of a high order of destruction and/or causing mass casualties.

Image
โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง คือ หน่วยงาน สิ่งปลูกสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือทรัพย์สินของชาติ ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินการทางโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคมCritical infrastructure is a term used by governments to describe assets that are essential for the functioning of a society and economy – the infrastructure.
Image
การป้องกัน คือ การรักษา ประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการอยู่รอด ของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทางทหารและที่มิใช่ทางทหารในด้าน กำลังพล, ยุทโธปกรณ์, สิ่งอำนวยความสะดวก, ข้อมูลข่าวสาร และโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีที่ตั้งอยู่ทั้งภายในหรือภายนอกขอบเขตของพื้นที่ปฏิบัติการProtection is the preservation of the effectiveness and survivability of mission-related military and nonmilitary personnel, equipment, facilities, information, and infrastructure deployed or located within or outside the boundaries of a given operational area.
Image
การบริหารจัดการผลกระทบ หมายถึงมาตรการป้องกัน ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน, การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ และให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ภาครัฐ, ภาคธุรกิจ และพลเรือนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายConsequence management refers to measures to protect public health and safety, restore essential government services, and provide emergency relief to governments, businesses, and individuals affected by the consequences of terrorism….ดาวน์โหลด

 

บทความทางทหาร

The Lightning Forge 2020!

การฝึกผสมรหัส Lightning Forge ระหว่างกองทัพบกไทย และกองทัพบกสหรัฐฯ เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2562 ในรหัส  Lightning Forge 2019 (LF 2019)

โดยเป็นการฝึกระหว่าง  ร.29 พัน 1 จากกองทัพบกไทย และ พล.ร.25 ทบ.สหรัฐ (25th Infantry Division US Army) โดยเป็นการฝึกรบเต็มรูปแบบ ในการฝึกทักษะการใช้อาวุธประกอบเครื่องช่วยฝึก (Engagement Skill Training-EST) การร้องขอการสนันสนุนทางอากาศ (Call for CAS) การร้องขอการยิง (Call for Fire) การร้องขอชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (Call for EOD)
การร้องขอการเจาะช่อง (Call for Sapper) การร้องขอส่งกลับสายแพทย์ทางบกและทางอากาศ (Call for Guoundmedevac & Airmedevac) การใช้แผนที่ เข็มทิศ และ GPS(Landnav) การยุทธ์บรรจบในเวลากลางคืน (Night Link-Up) และการฝึกหมู่ หมวด กองร้อยทางยุทธวิธี โดยใช้หลักนิยมทางทหารของ Us Army
โดยตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่จะพัฒนากำลังพล ให้เป็นนักรบที่แข็งแกร่ง นำพากองทัพบกเข้มแข็ง ( S.M.A.R.T SOLDIERS STRONG ARMY )

สำหรับในปี 2563 การฝึกผสม Lightning Forge ในรหัส  Lightning Forge 2020 (LF 2020) กองทัพภาคที่ 2 โดย ร.3 พัน.2 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก มีการจัดกำลังพล นายทหารสัญญาบัตร จากทุกกองทัพภาค นายทหารประทวนและ นักเรียนนายร้อย ตลอดจน กำลังพลทหารกองประจำการ เข้าร่วมการฝึกผสม ระหว่าง ทบ.ไทย กับ ทบ.สหรัฐฯ รวมทั้งการเตรียมการด้านธุรการและการจัดการสิ่งอุปกรณ์ประจำตัวสำหรับการฝึก พร้อมกับมาตรการป้องกันด้านสุขภาพของทหารทุกนายตามมาตรการป้องกัน โควิด-19 โดยมีการกักตัวจากหน่วยก่อนและหลังการฝึก

สำหรับการจัดการฝึกครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล และยกระดับมาตรฐานการฝึกของ ทบ.ไทย ให้เป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

อ่าน
>>> สารบัญข่าวการฝึกผสม Lightning Forge 2020
>>> ตอนถัดไป Day 1 : กักตัว 15 วัน ก่อนการเดินทางไปฝึกผสม Lightning Forge 2020

Contact Us

กองบัญชาการกองทัพบกถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

Tel: 0-2241-0404 Fax: 0-2297-8063

webadmin@rta.mi.th


118617183164391186171831643911861718316439118617183164391186171831643911861718316439

Where are we?

Total Visitors

0601560