Category: Hot-News

Hot-News

สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ประจำวันที่ 20 เมษายน 2564

ผู้ป่วยรายใหม่ 1,443 ราย
😷 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 45,185 ราย
🙂 หายป่วยแล้ว 28,958 ราย
😭 เสียชีวิตสะสม 108 ราย

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 19 เมษายน 2564
มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 666,210 ราย
——————————
วันที่ 19 เมษายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน
เข็มที่ 1 จำนวน 35,900 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 11,727 ราย

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#หยุดโควิดแต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย
#NewNormalชีวิตวิถีใหม่
#สมดุลชีวิตวิถีใหม่
#รวมไทยสร้างชาติ

Hot-News

ทบ. เตรียมพร้อม รพ.สนาม 16 แห่ง 2,556 เตียง พร้อมรองรับผู้ติดเชื้อให้ทันสถานการณ์ ลดภาระสาธารณสุข เผยกำลังขยายเพิ่มอีก 19 แห่ง

ทบ. เตรียมพร้อม รพ.สนาม 16 แห่ง 2,556 เตียง พร้อมรองรับผู้ติดเชื้อให้ทันสถานการณ์ ลดภาระสาธารณสุข เผยกำลังขยายเพิ่มอีก 19 แห่ง

พลโท สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก/โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค COVID-19 ซึ่งรัฐบาล โดย ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข ได้วางแผนกำหนดมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคตั้งแต่ ธ.ค.62 โดยในส่วนของกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ทุกหน่วยของกองทัพบกใช้ศักยภาพให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับมาตรการพิทักษ์พลและการช่วยลดผลกระทบ

ที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ผ่านมากองทัพบกได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคและให้การสนับสนุน ศบค. ในทุกด้าน ครอบคลุมเรื่องการป้องกันเชื้อจากภายนอกประเทศและพื้นที่ตอนใน การให้การสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ในการคลี่คลายสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด การนำศักยภาพทางการแพทย์ทหารสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลให้กับหน่วยงานสาธารณสุขในการดูแลผู้ติดเชื้อ

สำหรับกองกำลังชายแดนของกองทัพบกได้สกัดกั้นการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศในทุกช่องทาง โดยเฉพาะการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายที่ไม่ผ่านการคัดกรองโรค โดยในปัจจุบันกองทัพบกได้จัดกำลังพลประมาณ 3,000 นาย/วัน จากทุกกองทัพภาค เพื่อปฏิบัติภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID -19 สนับสนุนตามมาตรการของ ศบค. ในลักษณะการตั้งจุดตรวจ สายตรวจกิจการกิจกรรม

ตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) ซึ่งปัจจุบันยังคงดำเนินการอยู่ใน 10 พื้นที่ตั้งแต่เริ่มการระบาดถึงปัจจุบัน รวมถึงการจัดกำลังพลสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่เดือน ธ.ค.63 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 450 นาย

สำหรับในเรื่องการเตรียมโรงพบาลสนามรองรับผู้ติดเชื้อ ซึ่งกองทัพบกได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม มาตั้งแต่ ปี 2563 เพื่อเป็นการลดภาระงานด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยงานสาธารณสุข และเป็นการใช้ศักยภาพของกองทัพในการดูแลช่วยเหลือประชาชน ในวิกฤตโรคระบาด อีกทั้ง เป็นการอนุรักษ์กำลังพลให้มีร่างกายแข็งแรง สามารถดำรงการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน โดยในปัจจุบันกองทัพบกได้ใช้สถานที่ในหน่วยทหารและสิ่งอุปกรณ์ที่มีอยู่ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมรองรับผู้ติดเชื้ออาการไม่หนักแล้วในขั้นต้น จำนวน 16 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด รองรับผู้ติดเชื้อได้ 2,556 เตียง ได้แก่ กทม. 2 แห่ง (กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ ขนาด 200 เตียง และ อาคารรับรองเกียกกาย เขตดุสิต ขนาด 86 เตียง), ประจวบคีรีขันธ์ ขนาด 100 เตียง, นนทบุรี ขนาด 200 เตียง, กาญจนบุรี ขนาด 300 เตียง, ราชบุรี ขนาด 740 เตียง, ลพบุรี ขนาด 150 เตียง, ปราจีนบุรี ขนาด 150 เตียง, นครราชสีมา ขนาด 250 เตียง, ร้อยเอ็ด ขนาด 90 เตียง, เพชรบูรณ์ขนาด 90 เตียง , พิษณุโลก ขนาด 150 เตียง, นครศรีธรรมราช ขนาด 50 เตียง โดยล่าสุด โรงพยาบาลสนามกองทัพบกที่เปิดให้บริการรับผู้ติดเชื้อเข้าพักและเป็นโรงพยาบาลที่ใช้บุคลากรทางการแพทย์ของกองทัพบกเข้าบริหารจัดการมี 2 พื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลสนามกองทัพบกเกียกกาย (โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) และ โรงพยาบาลสนามกองทัพบกศูนย์การทหารราบ(โรงพยาบาลค่าย

ธนะรัชต์) และในสัปดาห์นี้กองทัพบกได้ส่งมอบโรงพยาบาลสนามในพื้นที่กรมทหาร

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ให้กับกระทรวงสาธารณสุขเข้าบริหารจัดการ และเปิดรับ

ผู้ติดเชื้อต่อไป ส่วนโรงพยาบาลสนามในพื้นที่อื่น ๆ มีความพร้อมในการเปิดให้บริการรักษาพยาบาลโดยเป็นไปตามการพิจารณาและร้องขอของกระทรวงสาธารณสุข

และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 – 4 จัดเตรียมพื้นที่ในค่ายทหารอีก 19 แห่ง ในพื้นที่ 17 จังหวัด รองรับผู้ป่วยได้ 1,910 เตียง เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติม เมื่อได้รับการร้องขอ ซึ่งทำให้ภาพรวมทั้งหมดของโรงพยาบาลสนามที่กองทัพบกจัดเตรียมไว้รองรับสถานการณ์ COVID-19 ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งหมด 25 แห่ง สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ ทั้งสิ้น 4,466 เตียง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ในห้วงเดือน มี.ค.-ปัจจุบัน กองทัพบกได้ส่งกำลังพลเข้าช่วยส่วนราชการและโรงพยาบาลในหลายจังหวัด ในการเตรียมพื้นที่และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามประจำจังหวัด เพื่อแบ่งเบาภาระและทำให้การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามมีความรวดเร็ว สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมกันนี้กองทัพบกได้สนับสนุนสิ่งอุปกรณ์ประเภทเตียง ที่นอน และเครื่องนอน จำนวน 4,421 ชุด ให้กับส่วนราชการและจังหวัดต่าง ๆ พร้อมการขนย้ายและประกอบเตียง เพื่อนำไปใช้ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของจังหวัด จำนวน 20 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ห่วงใยคนสาคร จ.สมุทรสาคร 1,500 ชุด, โรงพยาบาลสนาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 100 ชุด, โรงพยาบาลสนาม จ.นนทบุรี 300 ชุด , โรงพยาบาลสนามผู้สูงอายุ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 700 ชุด, โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 80 ชุด, โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 3 เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 200 ชุด, โรงพยาบาลสนามสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จ.ปทุมธานี 100 ชุด, โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 336 ชุด, โรงพยาบาลสนามสนามกีฬากลาง จ.นครสวรรค์ 60 ชุด, โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร 50 ชุด, โรงพยาบาลสนาม อบจ.น่าน 15 ชุด, State Quarantine ที่ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.33 จ.เชียงใหม่ 180 ชุด, โรงพยาบาลสนามจิตเวชน์สงขลาราชนครินทร์ จ.สงขลา 40 ชุด, โรงพยาบาลสนามท่าช้าง

จ.สุราษฏ์ธานี 30 ชุด, โรงพยาบาลสนามค่ายมหาจักรีสิรินธร จ.สงขลา 100 ชุด,

โรงพยาบาลสนามค่ายลพบุรีราเมศวร จ.สงขลา 100 ชุด, นอกจากนี้ กองทัพบกยังมีความพร้อมและจัดเตรียมอุปกรณ์ เตียงนอนทหาร เครื่องนอนและสิ่งอุปกรณ์ที่มีประจำการพร้อมนำมาสนับสนุนทุกภาคส่วน รองรับการให้บริการผู้ติดเชื้อที่อาจจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ด้วยเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ย้ำอยู่เสมอว่า กองทัพบกและกำลังพล จะต้องเสียสละ ทุ่มเทศักยภาพในทุกด้าน ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อดูแลประชาชน ให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ได้อย่างปลอดภัย ร่วมกันทำให้สังคมไทยกลับมาเข้มแข็ง และประเทศเดินหน้าต่อไป

………………………………………..

19 เมษายน 2564

Hot-News

>>>>

พระราชหฤทัยเพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19

ความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) และสายพระเนตรที่กว้างไกลที่คาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) จะอยู่ในประเทศไทยไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงได้พระราชทานทรัพย์  อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ และถุงยังชีพพระราชทนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ

  • พระราชทานทรัพย์

– จำนวน  ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐.- บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช

– จำนวน  ๒,๔๐๗,๑๔๔,๔๘๗.๕๙ บาท ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล ๒๗ แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์

– จำนวน ๓๔๕,๐๐๐,๐๐๐.- บาท ให้แก่เรือนจำ ทัณฑสถาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ ๔๔ แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์

  • พระราชทานโรงพยาบาล

– สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช  ๒๑ แห่ง เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ และทหารที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ป้องกันประเทศ

– ห้องตรวจหาเชื้อ ให้แก่โรงพยาบาล ๒๐ แห่ง

– อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ตามโครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือ แพทย์พระราชทานให้กับ ๗๖  จังหวัดและกรุงเทพมหานคร  รวม ๗๗ แห่ง  ๑๒๓ โรงพยาบาล เพื่อรับมือสถานการณ์โรค Covid – 19

ประกอบด้วยเครื่องช่วยหายใจ   ๒๐๐ เครื่อง

เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญานชีพ.  (ICU Monitor) ๒๘ ชุด

เครื่องเอกซเรย์ดิจิตอล ๑ เครื่อง

เครื่องกำจัดเชื้อโรคและฟอกอากาศบริสุทธิ์ ๒๐ เครื่อง

เครื่องช่วยกดหน้าอกเพื่อฟื้นคืนชีพ ๕ เครื่อง

เครื่องมือช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ๕ ชุด

กล้องส่องทางเดินหลอดลมแบบเคลื่อนที่  ๑ ชุด

โคมไฟผ่าตัดใหญ่โคมคู่ ๑ ชุด

เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ ๒ เครื่อง

ชุดกันไวรัส PAPR ๔  ชุด

เครื่องวัดออกฃิเจนปลายนิ้ว ๕๐  เครื่อง

หน้ากากอนามัย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ชิ้น

Face Shield   ๕๐,๐๐๐  ชิ้น

ชุด PPE  ๗๐๐,๐๐๐ ชุด

  • พระราชทานรถ ประกอบด้วย รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย  ๒๐ คัน รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน  ๘ คัน และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลเคลื่อนที่ ๒ คันเป็นรถคันแรกในประเทศไทย ที่มีระบบ AI Technology (ปัญญาประดิษฐ์) ได้ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ  ๕ คัน
  • พระราชทานถุงยังชีพพระราชทาน ให้กับประชาชน ๗๖ จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

ด้วยความห่วงใยและน้ำพระราชหฤทัยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบรรเทาทุกข์ยาก เป็นที่พึงพิง เป็นน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชน เพื่อร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และสิ่งที่สำคัญยิ่งของประเทศไทยนั้นคือ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแพทย์ การสาธารณสุขไทย ที่ทุกคนเข้าถึงได้ทั่วประเทศไทย

ไม่เพียงแต่ประเทศไทย จะมีสวัสดิการแห่งรัฐที่ดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตเช่นนี้ แต่ประเทศไทยยังโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คอยสนับสนุน ดูแล ช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับปวงประชา

 

#ทรงพระเจริญ

#พระผู้ปิดทองหลังพระ

#สืบสานรักษาต่อยอด

Hot-News

สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ประจำวันที่ 19 เมษายน 2564

😖 ผู้ป่วยรายใหม่ 1,390 ราย
😷 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 43,742 ราย
🙂 หายป่วยแล้ว 28,787 ราย
😭 เสียชีวิตสะสม 104 ราย
ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 18 เมษายน 2564
มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 618,581 ราย
——————————
วันที่ 18 เมษายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน
เข็มที่ 1 จำนวน 9,219 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 843 ราย
Hot-News

“รถพระราชทานตรวจ เก็บตัวอย่างชีวนิรภัย covid-19”

“รถพระราชทานตรวจ เก็บตัวอย่างชีวนิรภัย covid-19”

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และแพทย์หญิงฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง และผู้สนใจ ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยมีรถพระราชทาน ซึ่งเป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ร่วมปฏิบัติการด้วย แพทย์หญิงฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กล่าวว่า รถพระราชทานคันนี้เป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย มีตู้แรงดันบวก ที่ให้บุคลากรใช้เพื่อเก็บ swab ตรวจกลุ่มเสี่ยงได้ง่ายและเร็วขึ้น ไม่น้อยกว่า 50 ราย ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจเพราะทำให้สามารถตรวจหาเชื่อโควิด-19 ให้กับประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้นประชาชนก็มีความสะดวกในการมารับบริการ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้มาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1000 คน

Hot-News

กองทัพบกแจ้งเลื่อนการสอบนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของ ทบ. ประจำปี 64

ทบ.แจ้งเลื่อนการสอบนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของ ทบ. ประจำปี 64

พ.ต.หญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบก โดย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพบก ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ หลักสูตร 2 ปี (แบบทั่วไป) ทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ – 30 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้มีการสอบรอบแรก (ภาควิชาการ) ในวันที่ 18 เม.ย.64 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และสอบรอบที่ 2 (ตรวจร่างกาย, พลศึกษา, สัมภาษณ์) ระหว่างวันที่ 3 – 7 พ.ค.64 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นั้น

ด้วยในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและสอดรับกับมาตราการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กองทัพบกจึงขอประกาศเลื่อนการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของกองทัพบก (ภาควิชาการ) ในวันที่ 18 เม.ย.64 และสอบรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 3 – 7 พ.ค. 64 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วจะดำเนินการแจ้งวัน เวลา และสถานที่สอบให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ผู้สมัครและผู้ปกครองสามารถติดตามข้อมูลความคืบหน้าได้จากเว็บไซต์ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าwww. crma.ac.th หรือ โทร 037-393132, 037-393010-4

……….. 14 เมษายน 2564

 

Hot-News

ทหารอาสา ขยายเวลารับสมัครออกไปอีก 2 วันทำการ คือ รับสมัครถึงวันที่ 27 เม.ย.64 

“ทหารอาสา”

รับเฉพาะผู้ชาย

29 มี.ค. – 27 เม.ย. 64

หลายคนที่ติดตามข่าวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จะทราบว่า กองทัพบก โดย หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้เคยเปิดรับ “กำลังพลสำรอง” สมัครสอบคัดเลือก เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ในตำแหน่งครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ในลักษณะ “สัญญาจ้าง 4 ปี” ซึ่งเราก็ได้มีรุ่นที่ 1 ไปแล้ว

มาปีนี้ 2564 กองทัพบก ได้เปิดโอกาสอีกครั้ง… ให้ผู้ที่มีใจรักอาชีพทหาร และอยากร่วมงานกับกองทัพบก สมัครสอบคัดเลือก เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ในชื่อ “ทหารอาสา”

รับเฉพาะผู้ชาย!!!

ปีนี้ให้ทำหน้าที่ในกรมทหารราบและกองพันทหารราบ จำนวน 242 นาย

แบ่งเป็น น.สัญญาบัตร 63 อัตรา และ น.ประทวน 179 อัตรา

ใครสมัครได้บ้าง (คุณสมบัติ)

  1. กำลังพลสำรอง (ทหารกองหนุนประเภทที่ 1) ของ ทบ., ทร. หรือ ทอ.
  2. ผู้ที่จบ รด. ชั้นปีที่ 3 – 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว (มี สด.8 เล่มเขียวแล้ว)
  3. ผู้ที่เคยเป็นทหารกองประจำการ (พลทหาร) เข้ารับราชการและปลดแล้ว (รับถึงรุ่นที่ปลดวันที่ 30 เม.ย.64)

ดูคุณวุฒิการศึกษาเป็นหลัก :

ไม่ว่าคุณจะเคยมียศทางกองหนุนเป็นอะไรก็ตาม คุณสามารถสมัครเข้าสอบในตำแหน่ง น.สัญญาบัตร หรือ น.ประทวน ก็ได้ โดยให้ดูที่คุณวุฒิการศึกษาก่อน เป็นอันดับแรก

– คุณวุฒิปริญญาตรี สมัครสอบในตำแหน่ง น.สัญญาบัตร

– จบมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า สมัครสอบในตำแหน่ง น.ประทวน

อันดับต่อไป… ดูเรื่องอายุ :

รับสมัครคนตามช่วงอายุ โดยแยกตามตำแหน่ง ดังนี้

– ตำแหน่ง น.สัญญาบัตร อายุ 18 – 30 ปี

– ตำแหน่ง น.ประทวน อายุ 18 – 25 ปี (อัตราพลขับ รับอายุ 22 – 25 ปี)

ทำงาน ณ หน่วยทหาร ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 (ภาคอีสาน) และ กองทัพภาคที่ 3 (ภาคเหนือ)

ตำแหน่งที่เปิด & สถานที่ทำงาน

**กองทัพภาคที่ 2 :

* สัญญาบัตร

– ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายธุรการและกำลังพล (ผช.ธก./กพ.) (อัตรา ร้อยเอก) 5 อัตรา

– ผบ.มว.ปล.ร้อย.อวบ.พัน.ร. (อัตรา ร้อยโท) 34 อัตรา

* ประทวน :

– หน.ชุดยิง ร้อย.อวบ.พัน.ร. (อัตรา สิบเอก) 102 อัตรา

– พลขับตอนยานยนต์ (อัตรา สิบเอก) 9 อัตรา

**กองทัพภาคที่ 3 :

* สัญญาบัตร

– ผช.ธก./กพ. (อัตรา ร้อยเอก) 2 อัตรา

– ผบ.มว.ปล.ร้อย.อวบ.พัน.ร.

Contact Us

กองบัญชาการกองทัพบกถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

Tel: 0-2297-7090 Fax: 0-2280-2363

webadmin@rta.mi.th


118617183164391186171831643911861718316439118617183164391186171831643911861718316439

Where are we?

Maps

Total Visitors

0738006