thin

โดรน (Drone)

ตอนที่ 2 การควบคุมและสั่งการโดรน

บทนำ

ปัจจุบันภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ (Non-Traditional Threats) อาทิ การก่อการร้ายสากล อาชญากรรมข้ามชาติ การก่อความไม่สงบในพื้นที่ต่าง ๆ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเกิดสถานการณ์สูงกว่าภัยคุกคามแบบดั้งเดิม เทคโนโลยีด้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ “UAV” จึงถูกนำมาใช้ในภารกิจด้านความมั่นคงทางการทหาร เพื่อเพิ่มกำลังการจู่โจมเป้าหมายพร้อมด้วยการควบคุมอาวุธนำวิถี ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติยุทธศาสตร์การรบด้วยเทคโนโลยีไซเบอร์แทนกองกำลังภาคพื้นดิน ทำให้กองกำลังสามารถค้นหาที่ซ่อนตัวของศัตรูและปฏิบัติการโจมตีได้ทันทีและหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ คือ “ระบบควบคุมการบินภาคพื้นดิน” พร้อมด้วยอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ อาทิ กล้องถ่ายทอดสดบันทึกภาพการบิน อีกทั้งมีเลเซอร์ในการกวาดหาเป้าหมายที่สามารถระบุพิกัด จากนั้นระบบขีปนาวุธนำวิถีก็จะพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย โดยศูนย์ควบคุมการบินจะทำหน้าที่สังเกตการณ์ เฝ้าระวัง และสั่งการจากภาคพื้นดิน กระบวนการควบคุมโดรนจะใช้วิธีเลือกตำแหน่งที่ต้องการผ่านคอมพิวเตอร์ประมวลผลภาพหรือวีดิโอ ที่ถูกบันทึกได้จะถูกส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมฯ และผู้บังคับบัญชาในสนามรบทันทีรวมทั้งสามารถประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กำลังพลในการปฏิบัติภารกิจ

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับแบบติดอาวุธมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 100 ปี ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาโดรนจำเป็นต้องบูรณาการปฏิบัติภารกิจร่วมกับอากาศยานปกติ กองทัพอากาศ ดาวเทียม และอากาศยานไร้คนขับจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน บทความตอนที่ 2 นี้ มีเนื้อหาอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ของโดรน ทั้งประเภท ส่วนประกอบ อุปกรณ์ และหลักการทำงานของโดรนโดยภาพรวม อีกทั้ง นำเสนอแนวโน้มของเทคโนโลยีของโดรนในอนาคต

ประเภทของโดรน

โดรนถูกออกแบบและพัฒนามาเพื่อกิจกรรมประเภทใดประเภทหนึ่งซึ่งสามารถแบ่งประเภทตามรูปแบบการใช้งานได้ดังนี้

Northrop Grumman RQ 8 Fire Scout by US Navy

มีแบบแผนจาก UAV แบบ Schweizer Aircraft 330

โดรนปีกหมุนเดี่ยว

(Single-Rotor Drone)

ทำงานโดยใช้ใบพัดหลักหรือใบพัดประธานคล้ายเฮลิคอปเตอร์ สำหรับใช้ในการเคลื่อนที่และมีใบพัดหางขนาดเล็กอยู่บนส่วนของหาง เพื่อควบคุมทิศทางการบิน

PC-1: Vertical take-off and landing (VTOL)

with the Armed Forces of Ukraine

โดรนปีกหมุนหลายใบพัด

(Multi-Rotor Drone)

ทำงานตั้งแต่ 3, 4, 6 และ 8 ใบพัดหลัก เคลื่อนที่ขึ้น-ลง

ในแนวดิ่ง เป็นโดรนที่พบเห็นบ่อยมากที่สุด เคลื่อนตัวได้รวดเร็วและคล่องแคล่ว ไม่จำเป็นต้องใช้ลานบิน แต่มีข้อเสีย คือ ขีดความเร็วของการบินน้อยกว่าโดรนประเภท

อื่น ๆ

SkyGuardian UAS (unmanned aerial system)

UK Royal Air Force’s Protector program.

โดรนปีกติดลำตัว

(Fixed-Wing Drone)

มีลักษณะการทำงานคล้ายกับเครื่องบิน ทำให้ต้องอาศัยพื้นที่โล่งกว้างในการขึ้นและลงจอด เหมาะกับการใช้งานเพื่อสำรวจ ลาดตระเวนในพื้นที่กว้างใหญ่ บินด้วยความเร็วสูง ทนต่อแรงลม จึงนิยมนำมาใช้ทางการทหาร เนื่องจากสามารถบรรทุกของหนัก อย่างเช่นอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ในระยะไกลและใช้พลังงานน้อย

The rotary X-Engine (a Small Business Innovation Research: SBIR, grant from the US Army)

โดรนปีกติดลำตัวขึ้นลงแนวดิ่ง

(Fixed-Wing Hybrid Drone)

สามารถบินได้เร็วกว่า ไกลกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าแบบปีกตรึง (Fixed-Wing Drone) เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้รันเวย์แต่โดรนประเภทนี้มีอยู่น้อยในตลาดโลก

BQM-177A, US Navy’s next-generation

Sub-Sonic Aerial Target (SSAT).

โดรนเป้าฝึกยิงอาวุธ

(Target and Decoy Drone)

ใช้เป็นเป้าฝึกให้กับกำลังพลหน่วยต่อสู้อากาศยาน

และตรวจจับเป้าหมายที่อยู่เหนือผิวน้ำ ได้แก่ เรือขนาดเล็ก เรือขนาดใหญ่ อากาศยาน และอาวุธปล่อยนำวิถี โดยเฉพาะการบินโคจรเลียดผิวน้ำ (Sea skimming) เป็นเทคนิคของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ เครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินโจมตี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจาก Radar และ Infrared และลดความเป็นไปได้ที่จะถูกยิงตกระหว่างเข้าหาเป้าหมาย

DJI phantom 4 GPS Drone

โดรนติดตั้งระบบนำวิถี

(GPS Drone)

ติดตั้งระบบ GPS เอาไว้ สำหรับใช้ประโยชน์กับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การตั้งพิกัดเพื่อบินอัตโนมัติ สำหรับโดรนการเกษตร การวัดระยะทาง วัดพื้นที่ หรือเวลาที่โดรนถูกพัดหายไปก็สามารถตามหาจากพิกัด

GPSโดยใช้สัญญาณของดาวเทียมได้ เป็นต้น

DJI Mavic 2 Zoom

โดรนสำหรับถ่ายภาพ

(Photography Drone)

ติดตั้งกล้อง HD ความละเอียดสูง สามารถถ่ายภาพ/

ถ่ายวิดีโอจากระยะไกลได้อย่างคมชัด บางรุ่นอาจมี Gimbal แกนกันสั่นเพื่อให้ได้ภาพที่นิ่งมากขึ้นด้วย

ตัวรีโมทมีปุ่มสำหรับควบคุมกล้องและสั่งงานถ่ายภาพได้ พร้อมจอแสดงภาพในกล้องแบบเรียลไทม์ หรืออาจใช้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต ผ่าน Wi-Fi แทนก็ได้เช่นกัน

Slaughterbots ผลงานของ Future of Life Institute

(ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Elon Musk และ Stephen Hawking)

โดรนขนาดเล็ก

(Trick Drone)

มีขนาดเล็กสำหรับใช้ฝึกบินและทำทริคง่าย ๆ เช่น ตีลังกา หมุนคว้างในอากาศ เป็นต้น ส่วนมากมีความกว้างไม่เกิน 5 เซนติเมตร น้ำหนักเบา เพียงไม่กี่กรัมเท่านั้น

บินง่าย เล่นง่าย เหมาะกับมือใหม่ใช้ฝึกบิน รวมถึงสามารถติดตั้งกล้องขนาดเล็กไว้ได้ แต่ไม่เหมาะจะใช้ในการถ่ายภาพโดยเฉพาะ นอกจากนี้

ยังสามารถติดตั้งเทคโนโลยี AI อย่างระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) มีเซนเซอร์หลบหลีกการโจมตีได้เอง (Tactical sensor) เพื่อใช้เป็นอาวุธสังหารได้อีกด้วย 

Eachine Wizard TS215

โดรนสำหรับแข่ง

(Racing Drone)

ออกแบบให้ใช้เพื่อการแข่งขัน ถูกปรับแต่งให้สามารถเคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ใช้สัญญาณควบคุมหลายคลื่นความถี่

เพื่อให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่อระหว่างโดรนกับตัวควบคุมจะไม่มีการรบกวนจากสัญญาณอื่น ๆ มีโครงสร้างที่เบาบาง และไม่ได้รับผลกระทบจากลม ปัจจุบันนิยมใช้ร่วมกับแว่น VR เพื่อการความคุมที่แม่นยำขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 

ส่วนประกอบของโดรน

การออกแบบและพัฒนา UAV ใช้หลักการของอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) เพื่อให้สามารถลอยตัวได้อย่างสมดุลมากที่สุด รวมถึงการติดตั้งด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Circuit Board) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอกนิกส์หรือชิป (Chipset) และซอฟต์แวร์ ไว้ด้านในที่เป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์ชนิดนี้สำหรับวัสดุที่ใช้ในการผลิตโดรนมักเป็นวัสดุเชิงประกอบ หรือวัสดุคอมโพสิต (Composite materials) เพื่อช่วยเรื่องของน้ำหนักที่เบาลงและคล่องตัวตลอดระยะการบิน ซึ่งส่วนประกอบหลักของโดรนมีดังนี้

1) อุปกรณ์ควบคุมการบิน

(Flight Controller)

ตัวควบคุมการบินเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของ UAV ทั้งหมด โดยจะมีหน้าที่ในการแปลงข้อมูลจากตัวรับสัญญาณ โมดูลจีพีเอส จอภาพ แบตเตอรี่ หน่วยตรวจวัดความเคลื่อนไหว และเซนเซอร์บนบอร์ดอื่น ๆ เพื่อควบคุมความเร็วมอเตอร์ผ่านทางอุปกรณ์แปลคำสั่ง (Electronic Speed Controller: ESC) เพื่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของโดรนและการใช้งานในรูปแบบของระบบควบคุมอัตโนมัติ (Autopilot) ด้วยเช่นกัน

2) อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ

(Signal Receive-Transmit)

การติดต่อสื่อสารระหว่าง UAV กับสถานีควบคุมภาคพื้นดินมี 3 ช่องทางหลัก ซึ่งความถี่จะต้องไม่ทับซ้อนกัน เพื่อป้องกันการรบกวนสัญญาณกันภายในของแต่ละระบบ ซึ่งสัญญาณควบคุมการบินเป็นสัญญาณที่ส่งมาจากอุปกรณ์บังคับ เช่น Joystick เป็นต้น

3) มอเตอร์และใบพัด

(Motor & Propeller)

มอเตอร์ทั้งหมดนั้นรับข้อมูลจากผู้ควบคุมการบินและตัวควบคุมความเร็วอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในการควบคุมมอเตอร์โดรนเพื่อให้ทั้งบินอยู่กับที่และบินเคลื่อนที่ไป

4) อุปกรณ์ควบคุมความเสถียรสำหรับรักษาสมดุล
(Gyro stabilization)

เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้โดรนมีความสามารถบินได้นิ่มนวล มีเซนเซอร์ตรวจจับอัตราเร่งความเร็ว ลักษณะการทำงาน คือ ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงลักษณะการหมุนทรงตัว เอียงตัว บิดตัว ตลอดจนมีข้อมูลนำเส้นทาง และส่งต่อไปยังระบบควบคุมการบิน (Flight Control System) เพื่อประมวลผล

5) อุปกรณ์ FPV

(First Person View)

เป็นอุปกรณ์ช่วยให้ผู้ควบคุมโดรนสามารถเห็นมุมมองภาพเสมือนจริงจากกล้องถ่ายภาพและกล้องถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวที่ส่งลงมายังศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน ทั้งนี้ FPV ทำให้อากาศยานไร้คนขับบินสูงขึ้นไปเท่าที่จะสูงได้และไกลเท่าที่จะไกลได้ดีกว่ามองจากภาคพื้นดินทำให้การบินมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งกีดขวางต่าง ๆ

ระบบควบคุมและสั่งการโดรน

การพัฒนาอากาศยานไร้คนขับหรือ UAV ควรคำนึงถึงคุณลักษณะหลัก ได้แก่ ระยะเวลาบิน ความเร็ว รัศมีปฏิบัติการ ความสูง และน้ำหนักรวม โดยมีรายละเอียดฟังก์ชันการทำงานหลัก ดังนี้

1) ระบบควบคุมการบิน

(Flight Control System)

ทำหน้าที่ควบคุม UAV ให้บินไปตามพิกัดที่ต้องการ โดยใช้วิทยุจากพื้นดินหรือควบคุมการบินด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ประกอบด้วย ตัวแก้เอียง (Inertial Measurement Unit: IMU) ทำงานร่วมกับอุปกรณ์นำทางจีพีเอส

และเครื่องมือตรวจจับอื่น ๆ เพื่อรักษาระดับความสูงและตำแหน่ง

2) ระบบการปล่อยและลงจอด

(Launch and Landing System)

การปล่อยอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินทำได้หลายวิธี

เช่น การยิงจากเครื่องส่ง (Launch) หรือการวิ่งขึ้นจากทางวิ่ง หรือการปล่อยจากอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น C-130 เป็นต้น

โดยการกลับคืนฐานที่ตั้งก็สามารถทำให้หลายวิธี เช่น การจับด้วยตาข่าย การใช้ร่มชูชีพและการบังคับลงบนรันเวย์ เป็นต้น

กองทัพเรือสหรัฐฯปล่อยโดรนขึ้นบินจากฐานทัพภาคพื้น

ภาพประกอบ : อ้างอิงจาก https://www.theguardian.com/news/2019/dec/04/are-drone-swarms-the-future-of-aerial-warfare

นักบินควบคุม UAV ผ่านเครือข่ายสื่อสารจากสถานีภาคพื้น

ภาพประกอบ : อ้างอิงจาก https://geographicalimaginations.com/2017/05/30/the-final-arbiter/

3) ระบบนำร่องและนำวิถี

(Navigation and Guidance System)

ด้วยการใช้ระบบดาวเทียมนำทาง (Global Navigation Satellite System: GNSS) เพื่อบอกตำแหน่งทำงาน โดยคำนวณจากความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ถูกส่งมาจากดาวเทียม ทำให้สามารถระบุตำแหน่งได้ทั่วโลก

โดยดาวเทียมประเภทนี้โคจรอยู่ในระดับกลาง ความแม่นยำของจีพีเอสควรใช้ดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง ขึ้นไป แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความถูกต้องของการระบุตำแหน่งจีพีเอส เช่น

การเรียงตัวของดาวเทียม วิธีการวิเคราะห์ตำแหน่ง ชั้นบรรยากาศ คุณภาพข้อมูลจากดาวเทียม ผลกระทบการสะท้อนของสัญญาณ สัญญาณรบกวน และความสามารถในการกรองข้อมูล เป็นต้น

4) ระบบควบคุมและสนับสนุนภาคพื้น

(Ground Control Station)

หลักการทำงานคล้ายๆ กับระบบควบคุมภาคพื้นของอากาศยานทั่วไป โดยมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานและข้อมูลต่าง ๆ ที่ส่งมาจากอากาศยานไร้คนขับ

นอกจากนั้น ยังสามารถควบคุมและสั่งการอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ทำงานตามที่เราต้องการ โดยส่งข้อมูลผ่านข่ายรับ-ส่งข้อมูลไร้สาย

5) อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเติม

(Payload)

อากาศยานไร้คนขับที่ทำหน้าที่สำรวจหรือตรวจการณ์จะนำอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆ ขึ้นไป เช่น กล้องถ่ายภาพนิ่ง กล้องอินฟราเรด กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว แบตเตอรี่ เรดาร์ เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนา UAV ที่ทำหน้าที่สอดแนมและโจมตี จึงอาจมีการติดตั้งจรวดหรือระเบิดขนาดต่าง ๆ ตามภารกิจ

6) ระบบการเชื่อมต่อและเก็บข้อมูล

(Data Link and Storage System)

ระบบเชื่อมต่อระหว่างอากาศยานไร้คนขับ ระบบควบคุม และสนับสนุนภาคพื้น ใช้หลายย่านความถี่เช่นย่านความถี่สูง (HF) ย่านความถี่สูงมาก (VHF) และย่านไมโครเวฟ หากระบบเหล่านี้ขัดข้องจะส่งต่อไปยังข่ายอื่น ๆ เช่น ดาวเทียม หรือสถานีภาคพื้นดิน เป็นต้น

7) ระบบป้องกันตนเอง

(Self-Protection System)

ระบบจะป้องกันตนเองเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับอากาศยานในระหว่างการบิน เช่น เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดแต่ยังไม่ถึงจุดร่อนลงอากาศยานจะร่อนลงเองอัตโนมัติเพื่อไม่ให้เกิดการทิ้งตัวในระหว่างการบินหรือร่มชูชีพในกรณีเครื่องตก

นอกจากนี้ การใช้วัสดุที่สามารถดูดกลืนคลื่นเรดาร์แบบเครื่องบินขับไล่ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยากของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UAV ที่ติดตั้งระบบติดอาวุธจะต้องเพิ่มระบบป้องกันตัวเองให้เทียบเท่าอากาศยานแบบมีนักบิน

ภาพรวมหลักการทำงานของโดรน

ภาพประกอบ : อ้างอิงจาก https://www.washingtonpost.com/wp-srv/special/national/drone-crashes/how-drones-work/

หลักการทำงานของโดรน

จากภาพโดรนถูกควบคุมและสั่งการจากสถานีภาคพื้นดิน (Ground control station) ซึ่งนักบินจะอาศัยระบบดาวเทียมในการติดตาม ตั้งแต่บินขึ้นจากผิวพื้นจนกว่าจะพ้นระดับสายตามองเห็น (Line of sight) โดยโดรนจะเชื่อมโยงข้อมูลโดยตรงผ่านระบบสื่อสาร (Satellite Antenna) เมื่อหลุดจากระดับสายตา สถานีควบคุมภาคพื้นดินจะเปลี่ยนระบบเชื่อมต่อเป็นระบบดาวเทียมสื่อสารเพื่อควบคุมการบินและโดรนยังใช้ระบบดาวเทียมนำทางเพื่อถ่ายทอดตำแหน่ง หากระบบการเชื่อมต่อขาดหายโดรนที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้จะบินเป็นวงกลมโดยอัตโนมัติหรือบินกลับไปยังฐานจนกว่าจะเชื่อมต่อสัญญาณได้อีกครั้ง

เทคโนโลยีโดรนแห่งโลกอนาคต

การเพิ่มขึ้นของการใช้งานโดรนทางการทหารนั้น เนื่องจากความทนทานของวัสดุที่เหนือกว่าและต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำส่งผลให้มีอัตราการผลิตโดรนทางทหารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดโดรนทางทหารในช่วงเวลาคาดการณ์ ดังนั้น ตลาดโดรนทางทหารจึงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การรวมเทคโนโลยี UAV กับ Boeing's Airpower Teaming System (ATS) อีกทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) การคำนวณจากระบบฐานข้อมูลออนไลน์ (Cloud Computing) อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things: IoTs) ในอุปกรณ์โดรน หรือ UAV นำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหลายๆ ภาคส่วน ซึ่งคาดว่าการรวมตัวของปัญญาประดิษฐ์จะช่วยเพิ่มความสามารถของ UAV ให้มีความคิดเสมือนมนุษย์ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการยกตัว นำทาง รับ-ส่งข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล โดยไม่มีการแทรกแซงของมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันภูมิภาคอเมริกาเหนือคาดว่าจะเป็นผู้นำตลาดโดรนทางทหารในช่วงปี 2018 ถึงปี 2025 ตามด้วยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม การขาดกำลังพลที่มีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และได้รับการฝึกฝนมาเพื่อปฏิบัติการ UAV ในการใช้งานทางทหาร ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญอย่างหนึ่งในตลาดโดรนทางทหาร

จากรายงานของ Global Military Drone Market Research Report ค.ศ. 2020-2026 ซึ่งมีผลการสำรวจด้านเทคโนโลยีโดรนเมื่อปี ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมานั้น พบว่า

-ร้อยละ 85 เป็นการใช้งานโดรนแบบควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล

-ร้อยละ 11 เป็นการใช้งานโดรนแบบควบคุมแบบกึ่งอัตโนมัติ และ

-ร้อยละ 4 เป็นการใช้งานโดรนแบบควบคุมอัตโนมัติ โดยใช้ระบบนำร่องผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกติดตั้งไว้ในอากาศยาน

ผลการสำรวจส่วนแบ่งการตลาดของโดรน

จาก Global Military Drone Market Research Report ค.ศ. 2020-2026

ขณะนี้โลกกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากการใช้โดรนและเซ็นเซอร์ที่กำลังเริ่มแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งการใช้งานโดรนเป็นการสร้างข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้จุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์อีกต่อไป แต่กลับเป็นข้อมูลที่โดรนและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ สร้างและรวบรวมขึ้น

ซึ่งประเด็นสำคัญนับจากนี้คงจะเป็นเรื่องของวิธีการนำข้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งหมดมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บทสรุปส่งท้าย

โลกในวันนี้กลับเห็นความเปลี่ยนแปลงของสงครามในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นผลจากพัฒนาการของระบบอาวุธใหม่และท้าทายอย่างมากถึงคุณค่าของระบบอาวุธแบบเก่าที่แม้จะยังมีคุณค่าในทางทหารแต่อาจไม่ได้มีมากเท่ากับในอดีต ดังจะเห็นได้ถึงการก่อตัวและเกิดขึ้นของสงครามแบบใหม่ที่มาพร้อมกับอาวุธชนิดใหม่ ๆ ด้วยแบบแผนของสงครามใหม่ที่เรียกว่า "สงครามโดรน" (Drone Warfare)

ซึ่งโดรนก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่บินได้ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ตัวควบคุมการบินและแผงวงจรหลักคอมพิวเตอร์ที่มีรหัสโปรแกรมที่สามารถถูกโจรกรรมข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในโดรนผ่านเครือข่ายไร้สายได้ ดังนั้น การจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องโดรนให้พ้นจากนักโจรกรรมข้อมูลจึงจำเป็นต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก มิฉะนั้นโดรนอาจกลายมาเป็นยุทโธปกรณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้

อ้างอิง

Airforce Technology. 2564. PC-1 Multipurpose Quadcopter (Online).

https://www.airforce-technology.com/projects/pc-1-multipurpose-quadcopter/
สำรวจเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2564.

MarketsandMarkets. 2562. Global Military Drone Market Research Report 2020-2026 (Online).

https://www.marketsandmarkets.com/Market-Reports/military-drone-market-221577711.html/

สำรวจเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2564.

Mike Ball. 2563. New Hybrid-Electric Technologies for UAVs Under Development (Online). 

https://www.unmannedsystemstechnology.com/2020/10/new-hybrid-electric-technologies-for-uavs-under-development/.

สำรวจเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2564.

The Washington Post. 2557.  How drones are controlled (Online).

https://www.washingtonpost.com/wp-srv/special/national/drone-crashes/how-drones-work/

สำรวจเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564.

นาวาอากาศเอก เสกสัณน์ ไชยมาตย์. อากาศยานไร้นักบิน: กำลังทางอากาศที่จำเป็นสำหรับกองทัพยุคใหม่.

วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ.

จัดทำโดย

ศูนย์ประสานงานสารนิเทศ ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพบก (ศปสท. ศปก. ทบ.)

 7,397 total views