กรมสุขภาพจิตจัดทีม MCATT เยียวยาผู้ประสบเหตุโคราชทุกจุดอย่างเร่งด่วน

Rate this item
(0 votes)

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า จากการพูดคุยกับผู้บาดเจ็บและญาติพบว่า ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีขึ้น บางคนยังมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง โดยในส่วนของการดูแลผลกระทบทางจิตใจในภาพรวมนั้น ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ระดมทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาะวิกฤติหรือทีมเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team : MCATT) ทั้งในและนอกสังกัดจำนวน ๑๕ ทีม รวม ๗๓ คน มีผู้เชี่ยวชาญทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และวัยรุ่น ให้การดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุครั้งนี้ โดยได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการทีมเอ็มแคทฉุกเฉินอยู่ที่รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ มีนายแพทย์ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นผู้บัญชาการศูนย์ และมีนายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อให้การทำงานครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สภาพจิตจิตใจของประชาชนฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วและมีความปลอดภัยที่สุด

ทั้งนี้ ได้จัดแผนการดูแลออกเป็น ๓ กลุ่มหลัก ปฏิบัติงานเต็มพิกัด กลุ่มที่ ๑ คือ กลุ่มครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้รอดชีวิต และบาดเจ็บ รวมทั้งหมด ๘๘ คน ประกอบด้วยครอบครัวของผู้เสียชีวิต ๓๐ ราย บาดเจ็บ ๕๘ คน ซึ่งผู้บาดเจ็บขณะนี้ รักษาและกลับบ้านแล้ว ๓๓ คน ยังเหลือนอนพักรักษาตัวที่รพ. ๒๕ คน ทีมเอ็มแคทได้ดูแลจิตใจกลุ่มนี้ทั้งหมดแล้ว ผลการประเมินสภาวะทางจิตใจในรอบ ๓ วัน ระหว่าง ๘-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ตรวจทั้งหมด ๒๔๗ คน พบเครียดในระดับสูง ๙๑ คน ในจำนวนนี้ พบมี ๙ คน มีอาการหวาดกลัวรุนแรง นอนไม่หลับ ต้องให้การรักษาเพื่อคลายเครียด อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่และติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่เหลืออีก ๑๕๖ คน เครียดระดับน้อยถึงปานกลาง ได้ให้การปฐมพยาบาลทางใจและปรึกษาคลายเครียด และจะติดตามประเมินเป็นระยะๆ ตามแผน
สำหรับในกลุ่มของผู้เสียชีวิต ๓๐ ราย ซึ่งมีภูมิลำเนาใน ๙ จังหวัด ดังนี้ จ.นครราชสีมา ๒๐ ราย กทม. ๒ ราย สมุทรปราการ ๑ ราย นราธิวาส ๑ ราย บุรีรัมย์ ๒ ราย ที่ราชบุรี สมุทรสาคร อุดรธานี และสกลนคร จังหวัดละ ๑ ราย กรมสุขภาพจิตได้จัดระบบดูแลจิตใจของครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้รพ.จิตเวชที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งรพ.ในพื้นที่ให้การดูแลร่วมกัน ไปจนกว่าจะหมดความเสี่ยงและกลับคืนสู่สภาวะปกติ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่ออีกว่า มาตรการดูแลในกลุ่มที่ ๒ ได้แก่ ผู้อยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด เช่นผู้ที่ทำงานในห้างเทอร์มินอล ๒๑ นักเรียนที่ไปจัดกิจกรรมในห้าง กลุ่มนี้จะเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจและการตรวจคัดกรองหาผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดผลกระทบเพื่อให้การเยียวยาต่อไป และกลุ่มที่ ๓ คือ ประชาชน ที่ถูกช่วยออกมาจากห้างในคืนที่เกิดเหตุ ซึ่งได้จัดจุดให้บริการ ๒ แห่ง คือ ในรพ.มหาราชฯและที่รพ.จิตเวชโคราช หรือสามารถขอรับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ ฟรีตลอด ๒๔ ชั่วโมง หรือปรึกษาที่รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ หมายเลข ๐๔๔-๒๓๓๙๙๙ ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเช่นกัน โดยมีผู้มาขอคำปรึกษาด้วยอาการตกใจง่าย หวาดผวา นอนไม่หลับ ที่ รพ.มหาราชฯ และ รพ.จิตเวชฯ รวม ๘ คน
ทางด้านนายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการรพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ กล่าวว่า ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นี้ ได้จัดทีมเอ็มแคท จำนวน ๘ ทีม ออกปฏิบัติงานเยียวยาที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑, รพ.ป.แพทย์, รพ.ค่ายสุรนารี, รพ.เซนต์แมรี่,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และทีมลงชุมชนต่างๆ ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของทีมเอ็มแคทในช่วงวันที่ ๘-๑๐ ก.พ. ๒๕๖๓ จำนวน ๑๕ ทีม ปฎิบัติการในพื้นที่ ๑๒ จุด ทั้งในสถานที่ที่เกิดเหตุและใกล้เคียง ได้แก่ ที่รพ.มหาราชจ.นครราชสีมา ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ๒๑ ชุมชนท่าตะโก ชุมชนโพธิพันธ์ ชุมชนอรุณสามัคคีโชคดี ชุมชนโนนฝรั่ง วัดดอนขวาง วัดป่าศรัทธารวม วัดคลองไผ่ ชุมชนหนองปรุ บ้านพักของผู้ก่อเหตุในโคราช และที่บ้านที่จ.ชัยภูมิด้วย ซึ่งจะมีการประเมินผลการดำเนินงานทุกวัน

 

Read 20 times Last modified on Wednesday, 12 February 2020 15:58
Login to post comments
0.png3.png1.png1.png5.png9.png

จำนวนผู้เข้าชม

A- A A+

Follow Us      

callcenterv3