๖๒ ทูตรวมพลัง สธ. รับมือไวรัสโคโรน่า

Rate this item
(0 votes)

สธ.จับมือ กต. หารือ ๖๒ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย องค์กรระหว่างประเทศ เตรียมพร้อมรับมือโรคไวรัสโคโรน่าระบาด ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพของทุกประเทศทั่วโลก ลดผลกระทบต่อประชาชน

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตนมอบหมายให้ นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ร่วมกับนายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในการประชุมหารือความร่วมมือและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์โรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ ที่แพร่ไปในหลายประเทศ โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก ๖๒ ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวม ๒๐ หน่วยงานเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

นพ.สมบัติ กล่าวว่า การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา และแพร่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเข้มข้นตั้งแต่ในช่วงต้น ๆ ของการระบาดในต่างประเทศ โดยโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้ยังขาดความชัดเจนในหลายด้าน โดยเฉพาะองค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของโรค
ดังนั้น การบรรเทาผลกระทบของการระบาดจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ประชาชน เอกชน ซึ่งรวมถึงเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งในและระหว่างประเทศ เพื่อรับมือและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ในฐานะผู้บัญชาการของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกลไกป้องกันและควบคุมการระบาดของประเทศไทยครอบคลุมทั่วประเทศว่า มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย) เป็นประธาน และบังคับใช้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๕๘ เพื่อให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในทุกระดับ (ระดับชาติ กระทรวง และจังหวัด)เพื่อ
(๑) ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์และการตรวจคัดกรองผู้เดินทางในทุกช่องทางเข้า-ออกประเทศ รวมทั้งการเฝ้าระวังโรคในโรงพยาบาลทุกแห่งและในชุมชน
(๒) ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลในห้องแยกโรค
(๓) ติดตามค้นหาและสังเกตอาการผู้สัมผัสเสี่ยงเป็นเวลา ๑๔ วัน
(๔) สนับสนุนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
(๕) สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์
(๖) เพิ่มการศึกษา วิจัยพัฒนา
(๗) พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และ
(๘) สื่อสารความเสี่ยงแก่บุคคล หน่วยงาน หรือพื้นที่ที่เสี่ยง ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นจะสามารถทำให้ประเทศไทยลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคได้มากที่สุด

สัตวแพทย์หญิงเสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้จัดทำเว็บไซต์สำหรับประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ๓ ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ เช่น สถานการณ์ ความรู้เรื่องโรค วิธีการป้องกัน สื่อมัลติมีเดีย รวมถึงรายงานสถานการณ์หรือข่าวเพื่อสื่อมวลชนที่กระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอต่อประชาชน

สำหรับในการประชุมครั้งนี้ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำเสนอมาตรการควบคุมป้องกันโรคนี้ ผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย และองค์กรระหว่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซักถาม ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมพัฒนากลไกการประสานความร่วมมือเพื่อให้สามารถควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า ให้เป็นผลสำเร็จ และร่วมกันส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพของทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงลดผลกระทบต่อประชาชน สังคม และเศรษฐกิจให้มากที่สุด

 

Read 26 times Last modified on Thursday, 13 February 2020 14:04
Login to post comments
0.png3.png1.png2.png0.png7.png

จำนวนผู้เข้าชม

A- A A+

Follow Us      

callcenterv3