Tuesday, 31 March 2020 14:14

นวัตกรรมองค์ความรู้ตัวแบบ “ทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.)” สู่รางวัลเลิศรัฐระดับดี สาขาการบริการราชการแบบมีส่วนร่วม ประจำปี พ.ศ. 2562

Rate this item
(0 votes)

ในอดีตประเทศไทยได้เผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบเก่า (Traditional Threat) ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457 - 2461) สงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482 - 2488) และสงครามเย็น (พ.ศ. 2488 - 2534) ควบคู่กับสงครามคอมมิวนิสต์ (พ.ศ. 2508 - 2526) ซึ่งเป็นการใช้กำลังทางทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และการต่อสู้ทางความคิดเพื่อขยายอาณาเขตและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งนี้ ทบ. โดย กร.ทบ. ได้ใช้งานด้านกิจการพลเรือนในการขับเคลื่อนเครือข่ายภาคประชาสังคมสร้างจิตสำนึกอุดมการณ์รักชาติเกิดการผนึกกำลังของประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการปฏิบัติทางทหาร ในการเกณฑ์และฝึกยุทธวิธีเข้าต่อสู้ให้เอาชนะศัตรูร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง หลังสิ้นสุดสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน ภัยคุกคามได้ถูกพัฒนามาสู่การเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-traditional Threat) ซึ่งมีลักษณะแย่งชิงผลประโยชน์ซับซ้อนเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายไปทั่วทุกพื้นที่ของปัญหาต่างๆ มีความซับซ้อนจนถึงขั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและยากที่จะหาแนวทางในการรับมือให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัยจึงต้องใช้กำลังทหารเข้ายุติปัญหาเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น และด้วยงานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข จึงเป็นที่มาของการสร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ ตัวแบบ/แนวทางกลไกการขับเคลื่อนไปใช้ “ทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.)” ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาและเป็นแนวทางในการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั้งประเทศได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ กล่าวได้ว่างานกิจการพลเรือนนั้นเป็นงานที่ละเอียดอ่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคน พัฒนาสังคม และการพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นต้องมีวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถนำพาสังคมไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการมีเครือข่ายภาคประชาสังคมในทุกพื้นที่ สร้างความร่วมมือระหว่างกันในวงกว้าง และมีทรัพยากรในรูปแบบต่างๆเข้ามาสนับสนุนให้การดำเนินงานไปสู่ผลสัมฤทธิ์เพื่อให้บรรลุภารกิจของกองทัพในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

จากนโยบายสู่การปฏิบัติได้ กร.ทบ. สร้างการมีส่วนร่วมดำเนินโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพใน จชต. อย่างแท้จริงและลดความสูญเสียได้มากที่สุด ก็คือ “การสร้างความเข้าใจ” ควบคู่ไปกับ “การสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม”   

ทปค.16

ในการริเริ่มแนวความคิดใหม่ การขับเคลื่อนงานด้านมวลชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา จชต. ด้วนการนำร่องสร้างโมเดลการดำเนินงานจิตอาสาเพื่อความมั่นคง (จสค.) ในพื้นที่ จชต. ให้คนในพื้นที่ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนด้วยเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมพื้นที่ จชต. ในรูปแบบคณะทำงานดำเนินโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 เป็นต้นมา ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรย.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) และมหาวิทยาลัยราชนครินทร์ (มมร.) มหาวิทยลัยราชภัฏสงขลา (ม.ราชภัฏสงขลา) และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (ม.ฟาฏอนี) ,นักศึกษาในชมรมพัฒนาของมหาวิทยาลัยดังกล่าว/สหพันธ์นักเรียนนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สส.ชต.) ที่เป็นองค์กรอิสระเพื่อสันติภาพ ใน จชต. และชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พสบ.จชต.)/ภาคเอกชนที่มีศักยภาพ และจัดประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในพื้นที่ ค่ายสิรินธร จว.ป.น และ ทบ./ศปก.ทบ. เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานจิตอาสาเพื่อความมั่นคงร่วมกัน ตามโครงการรู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน ด้วยจิตอาสา เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และร่วมกันขับเคลื่อนตามแนวความคิด จสค. โดยใช้กิจกรรม/งบประมาณ ตามโครงการฯ ของ ฝกร.ศปก.ทบ. โดยมีอาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาข้างต้นเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในแต่ละพื้นที่ จชต. เพื่อนำกลุ่มเป้าหมายที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนมาร่วมโครงการฯ และขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายในทุกระดับอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การขับเคลื่อนโครงการ “รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน” ได้ต่อยอดแนวความคิดโดยเริ่มแนวความคิดใหม่ในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหา จชต. ตามตัวแบบทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง (ทปค.) ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน ประกอบด้วย 3 ทุน ได้แก่

ทปค.5

1) ทุนทางปัญญา (Intellectual-Capital-:-IC)   เป็นเครือข่ายผู้นำองค์ความรู้มีความสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมตัวแบบสู่ภาคปฏิบัติการ เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน บัณฑิตอาสา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้มีประสบการณ์ ฯลฯ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำ ทุกภาคส่วนโดยแปลงปัญญาไปสู่แผนการปฏิบัติงานในชุมชนให้นำไปใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้

2) ทุนทางสังคม (Social Capital : SC) เป็นเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมทุกภาคส่วน เช่น ผู้นำเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ข้าราชการท้องถิ่น ชุมชนระดับหมู่บ้านและตำบล ฯลฯ ทำหน้าที่ร่วมกันขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนพัฒนา ด้านความมั่นคง สร้างความรู้สึกที่ดี และอัตลักษณ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานแห่งการยอมรับ ความไว้วางใจ   ความสามัคคี

3) ทุนทรัพย์ (Asset-Capital-:-AC) เป็นทรัพยากรในพื้นที่ทั้งปวง ที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน รวมพลัง  แห่งจิตอาสา เครือข่ายร่วมทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชนที่มีศักยภาพ เช่น วัสดุ สิ่งของ แรงกายแรงใจ กำลังใจ งบประมาณ ฯลฯ เพื่อนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้สนับสนุนการแก้ปัญหาตามแผนปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามความต้องการของชุมชน

การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติครั้งแรกเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 - 2560 โดยการขับเคลื่อนแนวทาง ทปค. โดยการจัดค่ายพหุวัฒนธรรม เวทีประชาคม และดำเนินงานพัฒนาด้านความมั่นคง ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จว.น.ธ. นำข้อมูลและความต้องการของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ใน จชต. มาทบทวนการปฏิบัติและพัฒนาสร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงระดับชุมชนให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประชาชนในชุมชน

เมื่อ พ.ศ. 2561 พัฒนาแนวทาง ทปค. ในโครงการเยาวชนจิตอาสาป้องกันภัยยาเสพติด และโครงการปรับปรุงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล ในพื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จว.ย.ล. ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในพื้นที่ จชต.ประกอบด้วย 1) ทุนทางปัญญา โดยอาจารย์ มรภ. ยะลา ทำหน้าที่จัดประชุม สร้างความเข้าใจ ฯลฯ 2) ทุนทางสังคม โดยชมรมต้นกล้า มรภ. ยะลา สหพันธ์นักเรียน นักศึกษาเพื่อสันติภาพ จชต. ทำหน้าที่ริเริ่มเขียนโครงการฯ และจัดกิจกรรม 3) ทุนทรัพย์โดยชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร จชต. ทำหน้าที่สนับสนุน วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ ฯลฯ และร่วมกิจกรรม จนเกิดเป็นรูปธรรมอย่างมีผลสัมฤทธิ์ เมื่อ 11 ก.ย. 2561 และขยายผลต่อเนื่องตามบริบทต่อไป

เมื่อ มิ.ย. - ส.ค. 2561 เกิดการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปในโครงการ “เยาวชนป้องกันต้านภัยยาเสพติด” ในพื้นที่ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จว.ย.ล. โดยเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคม จ.ยะลา เป็นผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง

เมื่อ ต.ค. 2561 - พ.ค. 2562 เกิดการพัฒนาขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปในโครงการกิจกรรม “จัดค่ายเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคม” ในพื้นที่ 3 จชต. ได้แก่ จว.ย.ล., จว.ป.น. และ จว.น.ธ. โดยนำร่อง 90 ตำบล จังหวัดละ 30 ตำบล ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติการเขียนแผนปฏิบัติการป้องกันภัยยาเสพติด มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายในตำบลของตนเอง โดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า

เมื่อ มิ.ย. - ส.ค. 2562 เกิดการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. ต่อไปโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจากการจัดค่ายเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมได้บูรณาการสร้างความเข้าใจประกอบการขับเคลื่อนร่วมกับสภาสันติสุขตำบลในตำบลของตนเองจนเกิดผลสัมฤทธิ์ ประกอบด้วย 1) จว.น.ธ. 3 ตำบล ได้แก่ 1.1) โครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน (น้ำดีไล่น้ำเสีย) ป้องกันยาเสพติด” ต.สากอ อ.สุไหงปาดี 1.2) โครงการ “อบรมพหุวัฒนธรรมป้องกันภัยยาเสพติด” ต.บางนาค อ.เมือง และ 1.3) โครงการ “ครอบครัวอบอุ่นป้องกันภัยยาเสพติด” ต.ปุโยะ อ.สุไหงโกลก 2) จว.ย.ล. ได้แก่ โครงการ “จิตอาสาเพื่อความมั่นคงร่วมใจต้านภัยยาเสพติด” ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา และ 3) จว.ป.น. ได้แก่ โครงการ “เยาวชนวัยใสดำเนินชีวิตที่สมวัยห่างไกลยาเสพติดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด”ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ และขับเคลื่อนต่อจนถึงปัจจุบัน ส่วนอีก 85 ตำบลอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ซึ่งนับว่านวัตกรรมดังกล่าวสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและส่งผลถึงความยั่งยืน

ตั้งแต่ ธ.ค. 2562 จนถึงปัจจุบัน มีการขยายผลตามตัวแบบ ทปค. โดยการกำหนดให้จัดทำแผนปฏิบัติป้องกันภัยคุกคามเพิ่มเติม พื้นที่ จชต.ใน 90 ตำบลนำร่องได้แก่ 1) การสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมให้มีส่วนร่วมรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ระดับหมู่บ้านและตำบล แก่ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 2) การส่งเสริมเยาวชนนอกระบบให้มีการศึกษา 3) การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม 4) การป้องกันปัญหายาเสพติดต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

1 90

ปัจจุบันนี้ จากตัวอย่างการปฏิบัติงานตามตัวแบบ ทปค. ในพื้นที่ จชต. ที่สัมฤทธิ์ผลมาแล้ว ได้ขยายผลไปยังพื้นที่กองกำลังป้องกันชายแดน (กกล.ป้องกันชายแดน) ครอบคลุมพื้นที่ความมั่นคงทั้งประเทศ และเป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบันเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว 3 ตำบล ได้แก่ พื้นที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี “โครงการป้องกันยาเสพติด”ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.ม.ห. และพื้นที่กองกำลังผาเมือง “โครงการแข่งขันกีฬาฟุตบอลต้านยาเสพติด เจ้าพ่อบ้านอิงคัพ”และโครงการสายธารร่วมใจสร้างฝายมีชีวิต ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จว.น.น นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการขับเคลื่อนอีก 320 ตำบลชายแดนให้เกิดเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานขับเคลื่อนเครือข่ายประชาสังคมตั้งแต่ปี 2559 - 2561 ที่ผ่านมานั้นเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปแล้ว กร.ทบ./ฝกร.ศปก.ทบ. ได้รับรางวัลเลิศรัฐ “ระดับดี” สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีสวนร่วมประจำปี พ.ศ. 2562 ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานพัฒนาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงกับทุกหน่วยงานและขยายผลไปสู่งานพัฒนาอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน

Read 358 times Last modified on Tuesday, 31 March 2020 14:45
Login to post comments
3.png1.png0.png0.png8.png3.png

จำนวนผู้เข้าชม

A- A A+

Follow Us      

1186171831643911861718052465    

X

Right Click

No right click